ผู้เขียน หัวข้อ: ถ้าคุณรู้วิธีรับประทานของมะรุม เเล้วคุณจะต้องอึ่ง  (อ่าน 35 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤษภาคม 13, 2017, 12:11:57 PM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 202
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


รูปแบบและขนาดวิธีใช้ของมะรุม
ตำราพื้นบ้านใช้ใบมะรุมใช้พองแผลช่วยห้ามเลือด  ยอดอ่อนลวกกินเป็นอาหาร ดอกตากแห้งชงเป็นชาหรือต้มรับประทานน้ำเป็นยา  ฝัก ใช้ประกอบอาหารสำหรับกิน เมล็ดใช้สกัดทำเป็นน้ำมันมะรุม  เปลือกลำต้นและรากใช้ต้มกรองกากเพื่อรับประทานน้ำเป็นยา
การศึกษาทางพิษวิทยาของมะรุม
มีการรายงานความเป็นพิษของมะรุมในระดับเซลล์และในสัตว์ทดลองว่า

  • สาระสำคัญ 4 (alpha-L-rhamnosyloxy) phenylacetonitrileจากเมล็ด แสดงความเป็นพิษต่อเซลล์ใน Micronucleus test
  • สารสกัดน้ำจากใบมะรุม หรือ 90% เอทานอล ในขนาด 175 มก/กก ของน้ำหนักแห้ง เมื่อป้อนให้หนูแรทที่มีการผสมพันธุ์ สามารถทำให้เกิดการแท้งได้
  • สารสกัดน้ำของรากมะรุมขนาด 200 มก/กก น้ำหนักตัว เมื่อให้กับหนูแรท จะเหนี่ยวนำให้เกิดทารกฝ่อ (foetalresorption) ในการตั้งครรภ์ระยะสุดท้าย
  • สารสกัดเมล็ดมะรุมด้วย 5 M borate buffer มีผลทำให้เม็ดเลือดแดงของกระต่ายรวมตัวกัน
  • เมื่อทดลองให้หนูแรทกินผงของเมล็ดดิบที่แก่ของมะรุม โดยไม่จำกัดจำนวนเป็นเวลา 5 วัน พบว่าทำให้ความอยากอาหาร การเจริญเติบโตและการใช้โปรตีนลดลง ขนาดของกระเพาะอาหาร ลำไส้ ตับ ตับอ่อน ไต หัวใจ  และปอดใหญ่ขึ้น  ในขณะที่ต่อมไทมัส  และม้ามมีลักษณะฝ่อลง  โดยเปรียบเทียบกับหนูกลุ่มที่ได้รับอาหารที่มีไข่ขาวเป็นส่วนประกอบ
  • การทดลองความเป็นพิษโดยให้หนูเม้าส์กินส่วนราก หรือฉีดสารสกัดไม่ระบุชนิดตัวทำตัวละลายเข้าใต้ผิวหนัง ในขนาด 10 ก./กก. น้ำหนักตัว ไม่พบความเป็นพิษ

ข้อแนะนำ / ข้อควรระวังของมะรุม
หากจะกินใบ เนื้อในฝัก หรือดอกมะรุมซึ่งเราใช้เป็นอาหารมานานแล้วเพื่อการรักษาโรค ก็อาจทำได้แต่อย่าหวังผลมากนัก และไม่ในปริมาณมาก หรือติดต่อกันนานเกินไป ซึ่งอาจจะมีการจะสมสารบางอย่างและอาจเป็นพิษได้  และจากรายงานความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง  ซึ่งพบว่าทำให้เกิดการแท้ง ดังนั้นควรระมัดระวังการใช้ส่วนต่างๆ ของมะรุมในสตรีมีครรภ์ คนที่เป็นโรคเลือด G6PD ไม่ควรรับประทาน