ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง ราคา 6 แนวทางตรวจตราคุณภาพสายสัญญาณเสียง คลิกเลย  (อ่าน 209 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กันยายน 24, 2018, 02:00:38 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1316
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 วิธีตรวจตราคุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบัน เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วไปตามร้านจำหน่ายเครื่องใช้กระแสไฟฟ้าและก็เครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่น หลายแบรนด์ให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนท้องตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายแบรนด์ ทำให้ท่านภาพของผลิตภัณฑ์มีความต่างกันด้วย ถ้าหากว่าเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ดีแล้วไป แม้กระนั้นถ้าเราเผลอไปซื้อสาย audio cable ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งเสียงไม่ออก ประสิทธิภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้งานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว ทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ ด้วยเหตุว่าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาถูกหรือผลิตภัณฑ์ราคาแพง ต่างก็มีคุณภาพดี คุณภาพไม่ดี และก็ปัญหาในตนเองผสมกันไป โดยเหตุนี้ พวกเราก็เลยจะต้องมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับตรวจสอบคุณภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การตรวจตราประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำได้ 6 วิธีดังนี้
1. ตรวจตราความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่พวกเราสามารถพิจารณาด้วยตนเองได้ และควรจะเช็คเป็นสิ่งแรก เพราะสายสัญญาณเสียงในปัจจุบันมีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งและความอ่อนแตกต่างกัน โดยปกติ สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกชอบมีสายค่อนข้างจะแข็ง ในขณะสายสัญญาณเสียงราคาแพงๆชอบมีสายอ่อน ข้อแนะนำเป็น ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินความจำเป็น เพราะว่าจะไม่สามารถพับสายได้ ถ้าพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินความจำเป็น เพราะว่ายิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อนำไปใช้งานเสมอๆย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้ไม่ยากสายสัญญาณเสียง ราคาที่ดีที่สุด ควรเป็นสายที่อ่อนเพียงพอจะสามารถพับได้อย่างไม่มีการเสียหาย แต่ว่าในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกขาด ถ้าหากพวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. วิเคราะห์สิ่งของที่ใช้ในการทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจัดจำหน่ายในขณะนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆสำหรับเพื่อการทำหัวสาย ตัวอย่างเช่น ทองเหลือง รวมทั้งอลูมิเนียม ขอเสนอแนะว่าควรที่จะทำการเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดียิ่งกว่า เนื่องมาจากเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากว่าอลูมินัม ไม่ค่อยมีปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะเสียบสายไม่แน่นก็ตาม ในตอนที่อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าหากแทงไม่แน่นจะไม่อาจจะนำสัญญาณเสียงได้ นอกนั้น ทองสัมฤทธิ์ยังเป็นโลหะที่มีคงทนถาวรสูง มีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่ค่อยเจอปัญหาประเด็นการหัก หรือการโค้งงอผิดแบบ ในขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจำเป็นต้องใช้งานอย่างระแวดระวัง ถ้าหากไม่ทะนุถนอม หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ
3. ตรวจสอบการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือไม่ โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับอารมณ์เสียบได้อย่างสนิท ขณะที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพต่ำมักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ และถ้าหากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถที่จะซ่อมได้ จะต้องทิ้งสิ่งเดียว ฉะนั้นสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราก็เลยจำเป็นต้องตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. ตรวจสอบความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวแค่ไหน โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. เนื่องจากเป็นความยาวที่สมควรสำหรับการแทงกับเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆได้โดยไม่เกิดการคลอนหรือหละหลวม ทั้งยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหัวเสียบสั้นเกินไป จะไม่อาจจะเสียบกับวัสดุอุปกรณ์ได้ กำเนิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นพักๆจำเป็นต้องคอยประคับประคองไว้ ส่วนหากโลหะที่ศีรษะเสียบมีความยาวมากจนเกินความจำเป็น เมื่อเสียบกับอุปกรณ์จะทำให้มีโลหะบางส่วนโผล่ขึ้นมา ถ้าหากเผลอไปชนเข้าอาจก่อให้สายมีการหักได้
5. ตรวจตราความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยแค่ไหน ข้อนี้ถึงแม้จะไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานโดยตรง แต่ก็สำคัญ เนื่องจากการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวเพียงพอต่อการใช้แรงงาน จะช่วยให้สามารถต่อเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเหลือเกินจนกระทั่งเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเกินไปจนถึงกำเนิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของพวกเราว่าเป็นยังไง ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วไป ต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนถ้าเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำเป็นต้องลากสายยาวๆก็ต้องมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจตรายี่ห้อของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็ถือว่ามีความหมายไม่แพ้กันสำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ผลิตขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก หลบหลีกสินค้าจากแบรนด์แปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เพราะมักจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ ได้โอกาสชำรุดเสียหายได้ง่าย
แนวทางในการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพถือเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความสำคัญ เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ขอขอบคุณ
บทความสาย audio cable : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สาย audio cable