ผู้เขียน หัวข้อ: 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า คนไทยไปเที่ยวเมื่อใด ก็ย่อมได้  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กันยายน 11, 2019, 06:41:23 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1229
    • ดูรายละเอียด

15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า คนไทยไปเที่ยวเมื่อใด ก็ย่อมได้
กระบวนการทำวีซ่า เพื่อไปเที่ยวยังประเทศต่างๆนั้น ดูเหมือนจะยุ่งยาก และก็หลายขั้นตอนมากๆดังนั้นเราจะผ่านมันไป แล้วไปเที่ยวให้บันเทิงใจกับ ท่องเที่ยว 30 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า กันเลยดีกว่า ..บางประเทศนั้นก็เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวไทยอีกด้วย
ท่องเที่ยว 15 ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า
1. ประเทศจีนไต้หวัน (Taiwan) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ไต้หวัน หลังจากที่ทางรัฐบาลไต้หวัน ได้ประกาศยกเว้นการตรวจลงยี่ห้อวีซ่าให้คนประเทศไทย และก็ประเทศในอาเซียน เมื่อปีที่ผ่านมา ปัจจุบันก็ได้ประกาศ “เพิ่มเวลาฟรีวีซ่า” ให้เพิ่มเติม 1 ปี โดยเริ่มเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2560 ถึง 31 กรกฎาคม 2561 ใครมีแพลนไปเที่ยวประเทศจีนไต้หวัน อยากแบ็คแพ็คไปสัมผัสเมืองที่วัฒนธรรม ศิลปะ และก็ธรรมชาติ ไม่ว่าจะท่องเที่ยวในเมืองอย่างกรุงไทเป, เมืองโบราณจิ่วเฟิ่น, บริเวณซีเหไม่นแย้ง, อนุสรณ์สถาน ดร.ซุน ยัตเซน, วัดหลงซาน, ตึกไทเป 101, อนุสรณ์สถานเจียง ไคเชก หรือท่าเรือตัมสุ่ย
2. ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
ประเทศเกาหลี เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนประเทศไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว โดยยิ่งไปกว่านั้นผู้หญิงเนื่องด้วยใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียงแต่ 5-6 ชั่วโมง ถ้าหากเอ่ยถึงสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีนั้นมีมากไม่น้อยเลยทีเดียวหลายที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงโซล Seoul นอกจากเป็นเมืองหลวงของเกาหลีใต้แล้ว ยังเป็นเมืองที่ผู้คนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ด้วยเหตุว่ามีทั้งยังสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ สถานที่ช้อปปิ้งที่มีสินค้าให้เลือกทุกชนิด รวมทั้งแหล่งบันเทิงต่างๆที่สุดได้รับความนิยมก็คงจะไม่พ้น พระราชวังคยองบกกุง, เกาะนามิ, เมียงมองป่า, เกาะเซจู, โซลทาวเวอร์, หมู่บ้านบุกชอนฮันอก, แดดุนซาน, ลอตเต้เวิล์ด ถือได้ว่าเป็น ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า ที่ได้รับความนิยม
3. ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีเกาะรวมกันอยู่มากกว่า 7,000 เกาะ ตั้งอยู่ในห้วงสมุทรแปซิฟิก ชาวประเทศฟิลิปปินส์ในขณะนี้มีการสืบเชื้อสายมาจากการผสมผสานของหลายเผ่าพันธุ์ ได้แก่ มองดูโกเลีย อินโดนีเซีย มาเลย์ รวมทั้งจีน รวมถึงยังมีผู้ลี้ภัยชาวอินเดีย อาหรับ สเปน รวมทั้งอเมริกันมาอาศัยรวมอยู่ด้วย ประเทศที่มีความโดดเด่นทางน้ำก็ต้องที่นี่ล่ะ มีหาด ทะเล และก็เกาะเยอะแยะอย่างยิ่ง ทดลองไปเที่ยวชมสถานที่และก็แหล่งธรรมชาติดูสิ ไม่ว่าจะเป็น เมืองมะนิลา, ซีบู, ภูเขาช็อกโกแลต (Chocolate Hills), ปวยร์โตปรินเซซา (Puerto Princesa) นครแห่งเทพเจ้า, อุทยานธรรมชาติต้นปะการังตุๆบบาตาฮา (Tubbataha Reef), ภูเขาไฟมายอน (Mayon Volcano), นาขั้นบันไดบานาเว (Banaue Rice Terraces) เป็นต้น
4. ประเทศลาว (Laos) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ประเทศลาว หรือชื่ออย่างเป็นทางการเป็นประเทศลาว ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของไทย ถือว่าได้รับกระแสความนิยมในเรื่องท่องเที่ยวมหาศาล ด้วยลักษณะพื้นที่ อากาศ ภาษา รวมทั้งวิถีชีวิตของคนลาว มีลักษณะที่ไม่มีความต่างจากคนไทยมากสักเท่าไรนัก สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญรวมทั้งเป็นที่รู้จักกันดีก็มี เวียงจันทน์ วังเวียง ปากเซ หรือหลวงพระบาง จากไทยสามารถเดินทางไปยังลาวได้ โดยผ่านจุดผ่านแดนบริเวณชายแดนไทย-ลาวทั้งปวง 15 จุด แล้วก็ภาษาลาวนั้นมีสำเนียงคล้ายกับภาษาอีสานของไทยเรานี่แหละ
5. ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านชายแดนใต้ของเรา และชาวไทยไทยเดินทางไปเที่ยวมากมายเป็นลำดับที่หนึ่งประเทศในภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 ส่วน โดยมีทะเลจีนใต้กัน ส่วนแรกคือ แหลมมลายู หรือ มาเลเซียตะวันตก มีชายแดนทางทิศเหนือติดเมืองไทย และก็ทิศใต้ติดกับสิงคโปร์ ส่วนที่สองเป็น ทางเหนือของเกาะบอร์เนียว หรือ มาเลเซียตะวันออก มีชายแดนทางใต้ติดอินโดนีเซีย และมีอณาเขตล้อมรอบประเทศบรูไน มาเลเซียเป็นพวกจัดตั้งของกลุ่มประเทศอาเซียน มีเมืองหลวงคือ กรุงกัวลาลัมเปอร์ คนจำนวนไม่น้อยคงจะรู้จักการละเว้นหมาด ซึ่งประเทศมาเลเซียนั้นมีผู้เชื่อในศาสนาอิสลามสูงที่สุดในประเทศ โดยมีสูงถึง 55% ท่องเที่ยวทั้งทีจำเป็นต้องไม่พลาดรัฐมะละกา (Melaka), อาคารเปโตรนาส (Petronas Twin Towers), เมืองปุตราจายา (Putrajaya), สวนน้ำเลโก้เก๋แลนด์
6. ประเทศเวียดนาม (Vietnam) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
เวียดนาม ถือว่าเป็นเพื่อนบ้านกับไทยมานาน นอกเหนือจากนั้น ในประเทศยังมีสถานที่เที่ยวที่น่าดึงดูดอยู่จำนวนมาก เพราะเหตุว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงความสวย รวมถึงมีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลกหลายแห่งอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ฮอยอัน, อ่าวฮาทดลอง (Ha Long Bay), ป่าช้าโฮจิมินห์, พระราชสำนักเว้, เทือกเขาทรายสองสีที่หมุยแหน (The Sand Dunes of Mui Ne)
7. ประเทศสิงคโปร์ (Singapore) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
สิงคโปร์ ประเทศเกาะเล็กเกาะน้อยๆในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ด้านใต้ของประเทศไทยต่อจากประเทศมาเลเซีย เป็นปากอ่าวต้อนรับผู้เดินทางจากตะวันตกสู่คาบทวีปทิศตะวันออก นับได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความรุ่งเรืองสูงสุดแถวหน้าของโลก ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ในประเทศที่มีคุณภาพชีวิตสูง (ขึ้นชื่อว่าเป็นสีสันของทวีปเอเชียเชียวล่ะ) เป็นเมืองท่ารวมทั้งเมืองเศรษฐกิจกิจการค้าหลักในแถบทวีปเอเชีย มีความมากมายหลายของเชื้อชาติและศาสนา จึงมีความต่างที่ลงตัวอีกทั้งด้านวัฒนธรรม ความเลื่อมใส ศิลปะแล้วก็เทคโนโลยี แถมยังเป็นเมืองที่ลือชื่อเรื่องความสะอาดอีกด้วย เกาะนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวแทบจะทุกมุม อย่างเช่น S.E.A. Aquarium, Universal Studio, มาริน่า เบย์ (Marina Bay), คลาร์ก คีย์ (Clarke Quay), วัดศรีมาริอัมมันต์, วัดเจ้าแม่กวนอิม, วัดเซียนฮกเก๋ง
8. เขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Macao) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
มาเก๊า เป็นเพียงแค่เกาะเล็กเกาะน้อยๆตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งทางตะวันออกของจีน และอยู่ทางตะวันตกของพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล โดยมีเขตแดนชิดกับเขตกวางตุ้ง ซึ่งไม่ห่างจากประเทศฮ่องกงเท่าไรนัก ดินแดนแห่งนี้รู้จักกันดีในหมู่นักพนัน เนื่องจากว่ามีถูกตามกฎหมายมากไม่น้อยเลยทีเดียว แม้กระนั้นนอกจากนี้แล้วมาเก๊ายังน่าท่องเที่ยวอีกด้วย เนื่องจากในสมัยก่อนมาเก๊าเคยเป็นเมืองประเทศราชของประเทศโปรตุเกส ก็เลยทำให้มีกลิ่นอายของประเทศโปรตุเกสอยู่มาก อีกทั้งอาคารบ้านเรือนและก็วัฒนธรรมการกิน มีบรรยากาศที่โรแมนติก สถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด มาเก๊าก็จะมีการตกแต่งไฟสวยๆในบริดวณหลายจุด เช่น Senado Square ถ้าหากผู้ใดกันรอคอยเคาท์ดาวน์ที่ประเทศฮ่องกงและก็มาเก๊า บอกเลยว่าจะได้ชมดอกไม้ไฟสุดวิจิตรตระการตาแน่นอน นอกเหนือจากนั้นที่เที่ยวฮิตก็ยังมีอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น ซากโบสถ์เซนต์ปอล, จัตุรัสเซนาโด, วัดอาม่า, ฟอร์ทาเลซา ดู มอนเต, พิพิธภัณฑสถานมาเก๊า, มาเก๊าทาวเวอร์, มาเก๊า ฟิชเชอร์แมน วาร์ฟ
9. ประเทศญี่ปุ่น (Japan) : ท่องเที่ยวได้ 15 วัน
ประเทศญี่ปุ่น มีเกาะหลัก 4 เกาะร่วมกัน คือ เกาะฮอกไกโด (Hokkaido) ตั้งอยู่ทางภาคเหนือ, เกาะฮอนยก (Honshu) ตั้งอยู่ทางตรงกลางของประเทศ เป็นเกาะหลัก, เกาะชิโกกุ (Shikoku) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกทางตอนล่างของเกาะฮอนชู เป็นเกาะที่เล็กที่สุดในบรรดาเกาะหลัก และก็เกาะคิวชู (Kyushu) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ เกาะของประเทศญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเป็นหมู่เกาะเทือกเขา ซึ่งในนั้นมีปริมาณหนึ่งเป็นภูเขาไฟ และก็หนึ่งในภูเขาไฟที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือ ภูเขาไฟฟูจิ ชาวไทยพวกเราก็ไปเช็คอินประเทศญี่ปุ่นกันบ่อยมากอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเมืองเกียวโต โอซาก้า ทุ่งนารา ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตก็มี ช้อปปิ้งย่านชินจูกุ ฮาราจูกุ โอไดบะ, พระราชวังฮิเมะจิ, ชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ณ ฟุระโนะ, เล่นสกีบนเกาะฮอกไกโด เป็นต้น นับว่าเป็น ประเทศ ไม่ต้องขอวีซ่า ยอดฮิต
10. ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
อินโดนีเซีย ประเทศบ้านใกล้กันอย่างดินแดนอิเหนาก็มีสถานที่เที่ยวอันน่าสนใจมากมายก่ายกองหลายแห่ง ในขณะที่ใครหลายคนอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน หรือรู้จักแค่บางแห่งที่ขึ้นชื่อลือชาอย่าง “เกาะบาหลี” เป็นประเทศที่มีราษฎรมากมายสุดเป็นอันดับ 4 และก็มีหมู่เกาะเยอะที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นเกาะบาหลี, มหาเจดีย์บุโรพุทโธ, อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komodo National Park), เกาะกีลี (Gili Islands), ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo), วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple), ดินแดนลึกลับโทราจาแลนด์
11. เขตบริหารพิเศษฮ่องกง (Hong Kong) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
ฮ่องกง ดินแดนที่ไม่เคยหลับใหล เคยรุ่งเรืองยังไงก็ยังรุ่งเรืองอยู่แบบนั้น โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ที่เปลี่ยนเป็นเมืองแห่งการช้อปปิ้งลำดับต้นๆของเอเชียไปเสียแล้ว ไม่ว่าใครไปประเทศฮ่องกงก็จำต้องได้ข้าวของติดไม้ติดมือกันมาทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าแบรนด์เนม ด้วยเหตุว่าประเทศฮ่องกงเป็นดินแดนที่ไม่เสียภาษี ขาช้อปทั้งหลายก็เลยได้ยิ้มแฉ่งไปตามๆกัน นอกเหนือจากการช้อปปิ้งแล้ว ฮ่องกงก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสุดอันซีนเยอะแยะ อย่างเช่น อะเวนิว ออฟ สตาร์, เดอะพีค, ประเทศฮ่องกงดิสนีย์แลนด์, ตลาดเวลากลางคืนเทมเปิลสตรีท
12. ประเทศเขมร (Cambodia) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
เขมร ดินแดนแห่งอารยธรรม สถาปัตยกรรม และก็เทวสถานที่เคยก้าวหน้าที่สุดในอดีตกาล ผ่านมานานเป็นพันๆปี เขมร หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า เขมร หรือ ขะแมร์ ทิศเหนือแล้วก็ทิศตะวันตกติดกับเมืองไทยเรานี่เอง พลเมืองโดยมากกึ่งหนึ่งของประเทศมีอายุน้อยกว่า 19 ปี เพราะราชอาณาจักรกัมพูชาเคยสู้รบเพื่อล้างเชื้อสายให้ประชากรเหลือน้อยที่สุด ถ้าได้ไปเที่ยวจะมองเห็นเรื่องราวฆ่า เด็ก คนแก่ คนวัยแก่ ด้วยวิธีที่ไร้มนุษยธรรม เขมรเป็นประเทศที่มีศิลปวัฒนธรรม ขนบประเพณี ศาสนา และก็สถาปัตยกรรมต่างๆใกล้เคียงกับประเทศไทย ที่พลาดมิได้ก็คือ นครวัด 1 ใน7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม อย่างเช่น ทะเลสาบ เทือกเขาสูง น้าตกงามๆป่าไม้ที่ยังอุดมสมบูรณ์ สถานที่เที่ยวสำคัญๆเป็น พระราชวังหลวงพนมเปญ, วังบายน, ปราสาทนครธม, วิมานเอกราชหรืออนุสาวรีย์อิสระ และยังมี ‘โรซาน่า บรอดเวย์ เมืองเสียมเรียบ’ คาบาเร่ย์โชว์แห่งแรกในกัมพูชาอีกด้วย
13. ประเทศแอฟริกาใต้ (Republic of South Africa) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน
แอฟริกาใต้ เป็นประเทศอิสระที่อยู่ตอนท้ายทางใต้สุดของทวีปแอฟริกา มีเขตแดนชิดกับประเทศนามิเบีย ประเทศบอตสวาที่นา ประเทศซิมบับเว ประเทศโมซัมบิก และประเทศสวาสิแลนด์ ส่วนประเทศเลโซโท (Lesotho) เป็นดินแดนที่ถูกโอบล้อมทุกด้านด้วยขอบเขตของประเทศแอฟริกาใต้ แล้วก็ยังเป็นประเทศส่งออกเพชรแล้วก็ทองคำ มีความมากมายทางวัฒนธรรม แล้วก็เป็นที่ 3 ของโลกที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ทำเลที่ตั้งประกอบไปด้วยชายฝั่ง เทือกเขา ทะเลทราย ผืนป่าเขียวชะอุ่ม และมีสัตว์ป่า แอฟริกาขึ้นชื่อในเรื่องของอากาศ ส่วนมากจะมีอากาศอบอุ่น แต่ว่าก็มีแดดจัด ฤดูหนาวจะเย็นรวมทั้งฝนตกเนื่องมาจากแอฟริกาใต้ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ฤดูก็เลยตรงข้ามกับ อเมริกาเหนือและก็ยุโรป สถานที่เที่ยวยอดฮิตจำต้องนี่เลย Sun City Resort (รีสอร์ตซันสิตี้) อพาร์เม้นท์รวมทั้งสุดหรู, เขตป่าสงวนฮลูฮลูเว้-อัมโฟโลซี่, Blyde River Canyon (หุบผาแม่น้ำไบลด์), Durban Beaches (ริมหาดเดอร์บัน), able Mountain (เทเบิ้ลมาวโก้น /เทือกเขารูปโต๊ะ), Kruger National Park (อุทยานแห่งชาติครูเกอร์)
14. ประเทศบราซิล (Brazil) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน
บราซิล เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นชั้นที่ 5 ของโลก เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดและก็มีสามัญชนมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ มีพื้นที่กว้างขวางระหว่างตรงกลางของทวีปอเมริกาใต้และก็มหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีกรุงบราซีเลีย (Brasília) เป็นเมืองหลวงของประเทศ บราซิลสมบูรณ์บริบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น เหล็ก ทอง ถ่านหิน น้ำมัน นิคเกิล ยูเรเนียม ไม้ซุง แร่ดิบ และแร่รัตนชาติ ถือได้ว่าเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลกอย่างยิ่งจริงๆ สถานที่เที่ยวที่ไม่สมควรพลาดคือ Cristo Redentor (The Christ the Redeemer) รูปปั้นพระเยซูคริสต์, สนามกีฬา Maracana Stadium, สวนพฤกษชาติ Jardim Botanico, เทือกเขากึ่งกลางอ่าว Guanabara Bay
15. ประเทศบาห์เรน (Bahrain) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน
บาห์เรน เป็นประเทศเกาะในอ่าวเปอร์เซีย (อ่าวอาหรับ) อยู่ห่างจากประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยมีสะพานเชื่อมต่อระหว่างกัน 28 กม. คือ สะพานคิงฟะฮัด บาห์เรนเคยอยู่ใต้อาณานิคมของอังกฤษ บาห์เรนเป็นประเทศแรกในอ่าวอาหรับที่ขุดเจอน้ำมันดิบในปี 2475 รวมทั้งมีการสร้าง
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : http://wildtemptationbengals.com

Tags : wildtemptationbengals,wildtemptationbengals.com