ผู้เขียน หัวข้อ: หนังสือวรรณกรรมไทย ความงามในการใช้ภาษา  (อ่าน 35 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 08, 2018, 06:40:33 PM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 11
    • ดูรายละเอียด


 
วรรณกรรม หมายถึง วรรณคดีหรือศิลป์ ที่เป็นผลงานอันเกิดขึ้นจากการคิด แล้วก็จินตนาการ แล้วเรียบเรียง เอามาบอก บันทึก ขับขาน หรือสื่อออกมาด้วยเคล็ดวิธีต่างๆโดยธรรมดา จะแบ่งวรรณกรรมเป็น 2 พวกเป็นวรรณกรรมลายลักษณ์ เป็นวรรณกรรมที่บันทึกเป็นตัวหนังสือ และวรรณกรรมมุขปาฐะ อย่างเช่นวรรณกรรมที่เล่าด้วยปาก ไม่ได้เขียนบันทึก
 
ด้วยประการฉะนี้ วรรณกรรมก็เลยสื่อความหมายครอบคลุมกว้าง ถึงประวัติความเป็นมา นิทาน ตำนาน เรื่องเล่า ตลก เรื่องสั้น นิยาย บทเพลง คำคม อื่นๆอีกมากมาย วรรณกรรมเป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารเรื่องราวให้เข้าใจระหว่างมนุษย์ ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ รวมทั้งสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อใช้สื่อความหมาย เรื่องราวต่างๆภาษาที่มนุษย์ใช้สำหรับในการติดต่ออาทิเช่น
 
1. ภาษาพูด โดยการใช้เสียง
2. ภาษาทางการ โดยการใช้ตัวหนังสือ ตัวเลข สัญลักษณ์ และก็ภาพ
3. ภาษาท่าทาง โดยการใช้กิริยาท่าทาง หรือประกอบเครื่องไม้เครื่องมืออันอื่น
 
ความงามหรือศิลปะสำหรับในการใช้ภาษาขึ้นอยู่กับ การใช้ภาษาให้ถูกต้อง ชัดเจนและ เหมาะสมกับเวลา โอกาส และบุคคล ยิ่งกว่านั้น ภาษาแต่ละภาษายังสามารถปรุงแต่ง ให้เกิดความเหมาะสม เพราะ หรือสวยงามได้ ยิ่งไปกว่านี้ ยังมีข้อบังคับ คำราชาศัพท์ คำสุภาพ ขึ้นมาใช้ได้อย่างเหมาะควร บอกถึงวัฒนธรรมที่เป็นเลิศทางการใช้ภาษาที่ควรดำรงแล้วก็ถือมั่นต่อไป ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรม เรียกว่า ผู้เขียน หรือ กวี (Writer or Poet)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบัน (Contemporary literature)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบันนั้นหมายความว่า วรรณกรรม ในแบบใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นร้อยแก้ว หรือร้อยกรอง ซึ่งขอบเขตของวรรณกรรมตอนนี้นั้นเริ่มตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของวรรณกรรมร้อยแก้ว คือ ตั้งแต่ยุค รัชกาล ที่ 5 พุทธศักราช 2442 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ (พ.ศ. 2553)
 
วรรณกรรมประเภทร้อยแก้วในตอนนี้จะอยู่ในรูปของ บันเทิงคดี ตัวอย่างเช่น เรื่องสั้น นวนิยาย นิทาน บทละคร สารคดียกตัวอย่างเช่น บทความ หนังสือวิชาการ งานค้นคว้า อื่นๆอีกมากมาย
 
วรรณกรรมพวกร้อยกรองในตอนนี้เป็นวรรณกรรมที่แตกต่างจากเดิมเป็นเป็นวรรณกรรมที่ไม่เน้นวรรณศิลป์ทางภาษามากสักเท่าไรนัก ไม่เน้นเรื่องเกี่ยวกับการใช้ภาษาแต่เน้นในเรื่องของการสื่อแนวคิด สื่อข้อคิดแก่ผู้อ่านมากกว่า อาทิเช่น ใบไม้ที่หายไป ของ จิรนันท์ พิตรปรีชา อื่นๆอีกมากมาย
 
วรรณกรรมไทย แบ่งออกได้ 2 ประเภท เป็น
 
1. ร้อยแก้ว เป็นข้อความเรียงที่แสดงเนื้อหา เรื่องราวต่างๆ
2. ร้อยกรอง เป็นเนื้อความที่มีการใช้คำที่สัมผัส สอดคล้อง ทำให้สัมผัสได้ถึงความงามของภาษาไทย ร้อยกรองมีหลายแบบ คือ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน และ ร่าย
 
วรรณกรรมปรากฏขึ้นหนแรกในพ.ร.บ.คุ้มครองวรรณกรรมแล้วก็ศิลปกรรม พ.ศ. 2475 คำว่า วรรณกรรม บางทีอาจเปรียบเทียบได้กับคำภาษาอังกฤษว่า Literary work หรือ general literature ความหมายแปลตามรูปศัพท์ว่า ทำให้เป็นหนังสือ ซึ่งมองตามความหมายนี้แล้วจะเห็นว่ากว้างขวางมาก ซึ่งหมายถึงการเขียนหนังสือจะเป็นเนื้อความสั้นๆ หรือเรื่องราวสมบูรณ์ก็ได้ ตัวอย่างเช่น ใจความที่เขียนตามใบปลิว ป้ายที่ใช้สำหรับโฆษณาต่างๆ ตลอดไปจนถึงบทความ หรือ หนังสือที่พิมพ์เป็นเล่มทุกชนิด อาทิเช่น ตำรับตำราต่างๆ นิยาย กาพย์ กลอนต่างๆ ก็นับว่าเป็นวรรณกรรมทั้งสิ้น จากลักษณะกว้างๆ ของวรรณกรรม สามารถทำให้ทราบถึงคุณประโยชน์มากน้อยของวรรณกรรมได้โดยขึ้นอยู่กับ วรรณศิลป์ คือ ศิลป์สำหรับเพื่อการแต่งหนังสือนั้นเป็นหลัก ถ้าเกิดวรรณกรรมเรื่องใดมีคุณค่าทางวรรณศิลป์สูง เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นหนังสือดี วรรณกรรมก็บางทีอาจได้รับชื่นชมว่าเป็น วรรณคดี แม้กระนั้นการที่จะระบุว่า วรรณกรรมเรื่องใดควรเป็นวรรณคดีหรือเปล่านั้น ต้องพิจารณาถึงตอนที่เขียนหนังสือนั้นยาวนานเหมาะสมด้วย เพื่อพิสูจน์ว่าคุณค่าของวรรณกรรมนั้นเป็นอมตะ เป็นที่ยอมรับกันทุกยุคทุกสมัยหรือไม่ เนื่องจากอาจมีวรรณกรรมบางเรื่องที่ดีเหมาะสมกับช่วงเวลาเพียงแต่บางช่วงเพียงแค่นั้น ด้วยเหตุนั้นอาจสรุปได้ว่า วรรณคดีซึ่งก็คือวรรณกรรมนั่นเอง กล่าวอีกนัยหนึ่ง เป็นวรรณกรรมที่ไตร่ตรองแล้วก็ตกแต่งให้ประณีตบรรจง มีความเหมาะสมในด้านต่างๆ อันเป็นคุณประโยชน์ของการประพันธ์ หรือจะพูดอีกนัยหนึ่ง วรรณคดีนั้นเป็นวรรณกรรมไม่มีความจำเป็นต้องเป็นวรรณคดีเสมอ
 
ประเภทของวรรณกรรม วรรณกรรมนี้แบ่งได้ 2 ประเภท
 
- สารคดี คือ หนังสือที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจ ความนึกคิด ประสบการณ์แก่ผู้อ่าน ซึ่งอาจใช้ต้นแบบร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็ได้
- บันเทิงคดีเป็นวรรณกรรมที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความสำราญ รื้นเริง สดใสร่าเริงแก่ผู้อ่าน จึงมักเป็นเรื่องที่มีเรื่องรวมทั้งตัวละคร
 
 
 

 
10 หนังสือขายดีวรรณกรรมหรือนิยายไทยที่ดีที่สุด ที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 
ซึ่งนิยาย 10 เรื่องที่ ร้านหนังสือนายอินทร์ จัดตามอันดับความโด่งดังหรือยอดจำหน่าย มีดังนี้
 
1. เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ เล่ม 1-2 - กงจื่ออจ้าน (Gong Zi Zhan)
จากคนธรรมดาๆ ที่จำเป็นต้องจากโลกนี้เมื่ออายุยังไม่ทันถึงวัยยี่สิบสี่ กลับชาติมาเกิดย้อนเวลาทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเยียนจี้ หวงตี้แห่งต้าฉี่ที่พึ่งขึ้นครองราชย์ในวัยสิบหก แต่ที่น่าปวดหัวกว่านั้นคือ เขากลับต้องตายก่อนอายุครบยี่สิบสี่แล้วก็ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในร่างเยี่ยนจี้ตอนพึ่งจะครองราชสมบัติครั้งแล้วครั้งเล่าอีกถึงสามชาติ.. ไม่ต้องบอกน่าจะรู้ดีว่ามันช่างน่าเบื่อหน่าย แค่ไหนกับการจะต้องย้อนมาพบพานสิ่งที่ซ้ำซากแบบนี้ แต่ในชาติที่ห้า ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป หลายๆ ตัวละครจะเข้ามามีหน้าที่ที่สำคัญกับชีวิตของเขาเยอะขึ้น ทุกๆ เรื่องราว ทุกๆความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้จะมีผลให้คุณรัก ตลก และก็ซาบซึ้งน้ำตาซึม สถานะการณ์บางอย่างที่หล่นหายไป ความรู้ความเข้าใจของตัวนำ การรับมือและการมองโลกที่เปลี่ยนไปตลอดจนความรักที่ถักทอขึ้นใหม่ บางทีทั้งหมดเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เยี่ยนจี้หยุดวงจรการกลับมากำเนิดใหม่นี้ได้ เขาจะมีชีวิตผ่านอายุยี่สิบสี่หรือเปล่า มาร่วมลุ้นในนวนิยาย "เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ" และก็ประทับใจกับความน่ารักน่าเอ็นดูน่าชังของตัวละครกันเลย
 
2. ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม - โม่เป่าเฟยเป่า
ชั่วชีวิตนี้ "สืออี๋" เคยทำเรื่องแปลกที่สุดเรื่องหนึ่งคือ วิ่งฝ่าเจ้าหน้าที่มากมายเพื่อเข้าไปทักทายชายไม่รู้จักคนหนึ่งที่ท่าอากาศยาน ครั้งแรกที่เธอเจอเขาคือที่ฉางอานเมื่อหลายร้อยปีก่อน เขา.. คือ ท่านอ๋องน้อยหนานเฉินผู้ห้าวหาญเทียมฟ้า เธอ.. คือว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาทผู้งามล่มเมือง เพียง "นัยน์ตาสื่อรัก ใจประสานใจ" ประโยคเดียวทำให้ชะตาชีวิตของพวกเขามีอันต้องพลิกผัน แม้กระนั้นครั้งนี้ แม้กาลเวลาจะมีผลให้ใบหน้าและก็เสียงของเขาเปลี่ยน แต่ว่าเธอยังคงจำเขาได้ เธอเป็นเพียงคนเดียวที่มีความจำของชาติที่แล้ว แต่ว่าเขากลับจำเธอไม่ได้อย่างสิ้นเชิง "โจวเซิงเฉิน" สามคำนี้ทำให้ความรู้สึกอ่อนโยนที่สุดพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของหัวใจเธอ การร่วมเผชิญกับแผนการร้าย การใส่ร้าย และก็การต่อสู้แย่งชิง ทำให้หัวใจของเขากับเธอค่อยๆ สนิทสนมกัน ชั่วชีวิตนี้เธอเพียงต้องการเรื่องราวที่เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริงหาได้สนใจความร่ำรวยหรือการเคียงคู่กับจักรพรรดิ์ไม่ พบกับเรื่องราวความรักที่มั่นคงของสองวัยรุ่น การช่วงชิง อำนาจ การฆาตกรรม ได้ใน "ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม"
 
3. บุพเพรักหลานหลิง เล่ม 1-2 - ปาสี่
เขา..เก็บหน้ากากปีศาจที่นำพาพลังลึกลับมาให้ เขาทำศึกเพื่อปกป้องแว่นแคว้น ทุกคนเรียกขานเขาว่า เทพสงคราม เขาพานพบเด็กหญิงขายดอกบัวผู้มีปานแดงกลางหน้าผาก และจารจำนางผู้เป็นที่รักไว้ในใจ ยิ่งพรากจาก ยิ่งมิอาจลืมเลือน
นาง..เด็กหญิงกำพร้าในหอคณิกา มีชีวิตรอดเพราะอาจารย์ชุบเลี้ยง นางแฝงตัวเข้าแคว้นศัตรูเพื่อตอบแทนคุณอาจารย์ แม้จะต้องได้ชื่อว่าเป็นศัตรูกับบุรุษที่นางเฝ้าถวิลหาก็ตาม นางถลำลึกจนยากถอนตัว ยิ่งหักห้ามใจ ยิ่งรักไม่เสื่อมคลาย
ท่ามกลางสงครามแย่งชิงระหว่างแคว้น ทางแยกระหว่างความรักและบุญคุณ บุพเพรักของพวกเขาจะขับขานจนถึงท่วงทำนองสุดท้าย
 
4. มนตร์ทศทิศ - ราตรี อธิษฐาน
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อเดินทางไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวนส่งให้เอื้องดาวเรียงย้อนกลับไปในอดีตกาล ณ หงสาวดี เมืองทองที่เป็นดั่งดวงหฤทัยของผู้ที่ถูกขนานนามว่า พระเจ้าสิบทิศ แต่เมืองทั้งเมืองใช่ว่าจักมีแต่พระนามขององค์ประมุขผู้นี้เพียงเท่านั้น ภายในพระราชวังกัมโพชธานี สถานที่นี่ยังมีเรื่องราวมากมายที่ไม่อาจจารึกลงไว้ในประวัติศาสตร์
 
5. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 2 - เมิ่งซีสือ
มีโอกาสได้สร้างผลงานต่อเบื้องพระพักตร์ทั้งที ถ้าหากเป็นขุนนางคนอื่นอาจจะเนื้อเต้นด้วยความยินดี จบงานนี้ได้เลื่อนขั้น แต่ถังฟั่นแตกต่างจากขุนนางทั่วไป แทนที่จะชอบใจ กลับปวดขมับกลัดกลุ่มสิไม่ว่า เฮ้อ! เขาก็อยู่เฉยๆของเขาดีๆ แล้วเชียว สุยโจวมีเหตุกะทันหันให้จะต้องไปจากเมืองหลวงเสียด้วย แต่ข้างกายถังฟั่นก็ใช่ว่าจะว่างลง เพราะเหตุว่าคนที่เข้ามาเสียบแทน สวมบทคู่ขาเป็นการชั่วคราว ก็คือคุณท่านวังจื๋อผู้แสนจะเจ้ากี้เจ้าการเอาใจยากนั่นเอง คนคนนี้เปิดตัวมาแสนจะน่าหมั่นไส้ แต่ว่าอ่านไปอ่านมาก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนกัน "รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่" ล่วงมาถึงเล่มสองแล้ว มาติดตามดูวิวัฒนาการ ในด้านอาชีพการงานของ "ถังฟั่น" ควบคู่ไปกับแอบดูความสัมพันธ์ที่ใต้เท้าผู้พิพากษาของเรามีต่อผู้คนรอบข้างกันต่อได้เลย
 
6. ปีศาจราตรี - จิ่วลู่เฟยเซียง
ถ้าหากย้อนไปสมัยพวกเราเด็กๆ เวลาเดินทางไปต่างถิ่นต่างแดน หรือที่ที่พวกเราไม่รู้จัก ผู้ใหญ่ชอบเตือนเสมอว่าอย่าไปคุยกับคนแปลกหน้าหรือไปเก็บนั่นเก็บนี่กลับมา เพราะอาจจะเป็นของเปรอะเปื้อน เป็นของผิดสำแดงอาจมีเบื้องลึกภูมิหลังที่พวกเราไม่รู้และก็นำภัยมาสู่เราได้แต่ว่า "หลีซวง" นางเอกปีศาจราตรีเล่มนี้ ของเราไม่เชื่อคำเตือนประเภทนี้นัก นางจับพลัดจับผลูเก็บเด็กชายความจำเสื่อมคนหนึ่งได้ระหว่างทำหน้าที่ ด้วยความที่เด็กบาดเจ็บและก็ตัวคนเดียว นางจึงนำกลับมาเลี้ยงในค่ายทหาร ซ้ำยังตั้งชื่อใหม่ให้เขาอีกด้วย ภายหลังจากเด็กคนนี้เข้ามาในค่าย เรื่องราวแปลกๆ หลายเรื่องก็ค่อยๆ ทยอยเกิดขึ้น มาถึงตรงนี้ผู้อ่านคงจะเริ่มสงสัยนิดๆ แล้วสิว่าเด็กคนนี้เป็นใครมาจากไหน จะปั้นเรื่องอะไรไว้บ้าง นี่จะเป็นนิยายประเภทกลับชาติมาเกิด ย้อนเวลา หนึ่งร่างสองวิญญาณหรือเปล่า แต่มันแปลกยิ่งกว่านั้น
 
7. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีโชคชะตาอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และก็ถูกใช้ประโยชน์จนตาย และก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่อีกรอบ เมิ่งถิงจึงเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาถูกจับสมรส! พบกับเรื่องราวน้องซื่อ แต่ว่าแอบร้าย และก็เล่มสองยิ่งเพิ่มความร้ายอย่างต่อเนื่องร้ายแบบซื่อๆจะเป็นยังไง ติดตามได้ใน "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2"
 
8. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ความซื่อของเมิ่งถิงไม่เพียงทำให้เยืยนซุยหลง แต่ยังช่วยให้เมิ่งถิงเอาชีวิตรอดมาได้ทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาปะทะกับแม่สามี แล้วก็อาวุูธที่สำคัญอีกอย่างของเมิ่งถิงคือความเงียบ แต่ว่าอย่าคิดว่าเมิ่งถิ่งใช้ความเงียบสงบสยบการเคลื่อนไหวอะไรเทือกนั้น จริงๆ เขาแค่สมองช้า คิดโต้ตอบไม่ทัน แต่ศัตรูดันทนความเงียบไม่ไหว ชิงระเบิดตนเองตายไปเสียก่อนเพราะเหตุนี้ เมิ่งถิงเลยชนะทุกครั้ง ชนะแบบที่เจ้าตัวยังมึนงง พบกับ "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1" ในเล่มได้เลย
 
9. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 1 - เมิ่งซีสือ
ถังฟั่น มีชื่อรองว่า "รุ่งชิง" อายุเพิ่งจะยี่สิบก็สอบได้อันดับต้นๆของบัณฑิตเอกชั้นหนึ่ง ขณะนี้ครองตำแหน่งผู้พิพากษา ศาลซุ่นเทียน สมถะเรียบง่าย พอใจในสิ่งที่ตนมี พิถีพิถันก็แค่กับเรื่องอาหารการกินเพียงแค่นั้น สุยโจว มีชื่อรองว่า "ก่วงชวน" นายกององครักษ์เสื้อแพรแห่งกองปราบฝ่ายเหนือ เงียบขรึมพูดน้อย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ รากฐานครอบครัวไม่ธรรมดา มีความข้องเกี่ยวทางเครือญาติพระพันปิองค์ปัจจุบัน พันปีน ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียน เป็นทั้งหัวหน้าของถังฟั่่นและศิษย์พี่ เพราะว่ามีอาจารย์เป็นนักปราชญ์ขุนนางคนเดียวกัน พันปิไม่ใช่คนขี้กลาดตาขาว เกรงอิทธิพล เพียงแค่รักความสงบ รู้รักษาตัวรอดปลอดภัยไว้ก่อน
 
10. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 3 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีโชคชะตาอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ แล้วก็ถูกใช้ประโยชน์จนตาย และแบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับชาติมาเกิดอีกรอบ เมิ่งถิงจึงเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับสมรส! สาววายที่นิยมนายเอกนุ่มนิ่ม น่าเอ็นดู กับพระเอกไทป์ alpha