แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - panne rattana

หน้า: [1] 2 3 ... 17
1
ค๊อกคาเทล อีกหนึ่งสายพันธุ์นกที่จะทำให้คนรักนกต้องตกหลุมรัก ด้วยความฉลาด น่ารัก และมีสัญลักษณ์สีส้มที่แก้มทั้ง 2 ข้าง เหมือนเขินอายอยู่ตลอดเวลา และยังชอบร้องเพลงอีกด้วย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในความสวยงามของนกสายพันธุ์ต่างๆ เจ้านกที่เราจะกำลังจะแนะนำให้รู้จักต่อไปนี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ทำให้คุณต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน ซึ่งเจ้านกที่ว่านี้ก็คือ นกค๊อกคาเทล นกที่มีสัญลักษณ์ตรงแก้มเป็นสีส้มทั้งสองข้าง เหมือนมีอาการเขินอายอยู่ตลอดเวลานั่นเอง เอาเป็นว่าเราไปทำความรู้จักเจ้านกค๊อกคาเทลนี้ให้มากขึ้นกันเลยดีกว่า

ค๊อกคาเทล เป็นนกแก้วสายพันธุ์เล็ก ซึ่งเจ้านกสายพันธุ์นี้มีลักษณะเด่นที่หงอนถิ่นกำเนิดของมันอยู่ในประเทศออสเตรเลีย มีนิสัยรักสงบ ไม่ชอบเสียงโหวกเหวก ถ้าเป็นนกตัวผู้จะชอบร้องเพลง หากเราฝึกดีๆ โดยการเปิดเพลงเดิมซ้ำๆ ให้เขาฟังจนชิน บางตัวก็ถึงกับร้องเพลงได้เลยทีเดียวนะ แต่เสียงอาจจะไม่ชัดเจนเหมือนนกแก้วชนิดอื่นเท่าไรนัก ความสามารถนี้ก็เป็นเสน่ห์ของเจ้านกค๊อกคาเทลอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้คนไทยนิยมเลี้ยง รวมถึงเจ้านกพันธุ์นี้ยังเชื่อฟังง่าย และชอบให้เจ้าของมีปฏิสัมพันธ์กับมัน เช่น ลูบหัวมันเบาๆ และหากอยากจะเลี้ยงจริงๆ ให้เลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นลูกนกนะคะ เพราะถ้าเราสอนหรือฝึกอะไรให้เขา เขาจะทำตามอย่างเชื่อฟังมากกว่านกที่โตแล้วนั่นเองค่ะ

โดยส่วนใหญ่แล้วเจ้านกค๊อกคาเทลที่คนเลี้ยงไว้ในบ้านนั้นจะมีแก้มสีส้ม-แดง หากเป็นแก้มสีเหลืองนั้นก็ออกจะหายากสักหน่อย บางท่านที่ซื้อพ่อพันธ์แม่พันธ์มาแบบอิมพอร์ต ราคาจะตกอยู่ราวๆ หลักหมื่นต่อหนึ่งตัว และขอแนะนำให้เลี้ยงในระบบปิดนะคะ เพื่อป้องกันโรคติดต่อ และโรคไข้หวัดนกด้วยจ้า

ข้อควรรู้เกี่ยวกับเจ้าค๊อกคาเทล

1. นกชนิดนี้จะมีอายุประมาณ 10-15 ปี

2. เป็นนกที่ไม่ชอบส่งเสียงดัง แต่ชอบการร้องเพลงเป็นทำนองเมโลดี้

3. มีขนาดเล็ก น่ารัก ควรเลี้ยงในกรงขนาด 2 ฟุต เป็นขนาดที่เพียงพอสำหรับนก 1-2 ตัว

4. หากเป็นนกที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก เพื่อนๆ จะรับรู้ได้เลยว่าเจ้านกน้อยมีความอ่อนโยน และเชื่องมากๆ

5. นกชนิดนี้ค่อนข้างต้องการความเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ และมีความอดทนค่อนข้างสูง ถ้าไม่ถึงขีดสุดจริงๆ มันจะไม่ค่อยแสดงอาการออกมาสักเท่าไรนัก เพราะฉะนั้นหากนกที่คุณเลี้ยงอยู่มีอาการแปลกไปจากเดิม คุณควรพามันไปหาสัตวแพทย์ที่มีความรู้ทางด้านนกโดยด่วนค่ะ

อาหารสำหรับค๊อกคาเทล

ในส่วนการให้อาหารของเจ้านกนั้นจะประกอบด้วยสองส่วนใหญ่ๆ คือ กลุ่มอาหารหลักที่เป็นเมล็ดพืช เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ข้าวโอ๊ต และผลไม้ต่างๆ อาทิ ฝรั่ง แอปเปิ้ล องุ่น แครอท โดยการหั่นเป็นลูกเต๋าผสมกับเมล็ดพืชให้นกกิน แต่ควรให้ในช่วงบ่ายนะคะ เพราะยังมีกลุ่มอาหารอีกจำพวกคือประเภทผักใบเขียวต่างๆ เช่น ผักโขม ผักกาดหอม ที่ควรให้ในช่วงเช้า ส่วนน้ำควรเปลี่ยนทุกวันเพื่อความสะอาด และเราจะได้ล้างสิ่งสกปรกที่ตกลงไปในถ้วยน้ำด้วยค่ะ


ใครคิดเลี้ยงนกค๊อกคาเทลต้องอ่าน คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/นก/

2
สิวขึ้นครับ ไม่ได้เป็นสิวเพราะอะไรไกลตัวเลย แต่เป็นเพราะมือถือนี่แหละ เพื่อนๆรู้ไหมครับ ว่าจอมือถือของเรานี่สกปรกมาก ทั้งฝุ่น ทั้งมัน สารพัด เลยต้องมาดูแลความสะอาดกันหน่อย วันนี้ Potatotechs มีวิธีง่ายๆมาแนะนำ ตามมาชมกันเลยครับ

ทำความสะอาดมือถือ
ความสกปรกบนหน้าจอมือถือ
o ใน 1 วันเราไปไหนมาไหนหลายที่ ทำกิจกรรมหลายอย่าง มือของเราแตะต้องตั้งแต่ ราวบันไดเลื่อน ปุ่มลิพท์ พวงมาลัยรถ โต๊ะกินข้าว รองเท้า แล้วก็มือถือของเราเอง
o พูดได้ง่ายๆเลยว่า มือถือถือเป็นแหล่งรวมความสกปรกจากชีวิตประจำวันของเรา
o มีการคาดการณ์ว่าบนหน้าจอมือถือมีแบคทีเรียประมาณ 11,020 ตัวต่อตารางนิ้ว เหมือนเลี้ยงไว้ดูเล่น แต่ไม่ดีนะครับ เพราะบางที อาจจะเป็นสาเหตุให้เราป่วยได้เหมือนกัน

มือถือ
ส่วนอื่นๆของ โทรศัพท์มือถือ ที่สกปรก
o ไม่ใช่เพียงแค่หน้าจอที่รวมความสกปรกไว้ แต่ยังมีส่วนอื่นๆของมือถือที่ต้องดูแล เช่น
 ช่องเสียบสายชาร์จ ช่องเสียบหูฟัง และช่องลำโพง ที่ฝุ่นชอบเข้าไปเกาะอยู่ด้านใน อาจจะเป็นฝุ่นจากกระเป๋ากางเกง ฝุ่นจากกระเป๋าถือ
 เคสมือถือ ถือเป็นส่วนห่อหุ้มพื้นที่ส่วนมากของมือถือ เมื่อหน้าจอสกปรก ตัวเคสก็ต้องสกปรกด้วย
 หูฟัง เป็นอุปกรณ์ที่เราชอบเก็บไว้ในกระเป๋า แล้วเอามาใช้บ่อยๆ ถ้าในกระเป๋าสกปรก หูฟังก็จะสกปรกตามไปด้วย นอกจากนั้น หูของเรามีน้ำมันออกจากผิว ทำให้หูฟังของเรามีมันติดเสมอ

วิธีทำความสะอาด โทรศัพท์มือถือ
o การเช็ดล้างด้วยน้ำยาชนิดพิเศษ
 ปัจจุบันมีน้ำยาชนิดพิเศษ ที่ผลิตมาเพื่อใช้ทำความสะอาดจอมือถือโดยเฉพาะ เพราะสามารถทำความสะอาดแบคทีเรีย มัน และฝุ่นต่างๆ รวมทั้งรักษาสภาพกระจกหน้าจอหรือฟิล์มไม่ให้เสื่อมสภาพไว
 น้ำยาชนิดพิเศษนี้สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ราคาไม่แพง และส่วนใหญ่จะขายพร้อมกับผ้าไมโครไฟเบอร์ที่เอามาใช้เช็ดหน้าจอครับ
มือถือ
o การเช็ดล้างด้วยทิชชู่เปียกกำจัดแบคทีเรีย
 เป็นวิธีที่ง่ายสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาไปเลือกซื้อน้ำยาพิเศษล้างหน้าจอ เมื่อใช้ทิชชู่เปียกเช็ดหน้าจอ เคส และหูฟังแล้ว ก็ใช้ทิชชู่แห้งมาเช็ดมือถือให้แห้ง
 โดยวิธีนี้ก็สามารถกำจัดแบคทีเรียและรอยสกปรกจากมือถือได้ แต่ไม่รับประกันเรื่องการรักษาพื้นผิวหน้าจอ หรือฟิล์มครับ เพราะว่าแอลกอฮอลในทิชชู่เปียกอาจจะกัดพื้นผิวของมือถือ หน้าจอ และเคส
 ทางที่ดี ถ้ามีเวลา ก็หาน้ำยาพิเศษสำหรับเช็ดล้างมือถือโดยเฉพาะ มาใช้ดีกว่าครับ


วิธีการทำความสะอาดมือถือ กำจัดเชื้อโรค และคราบสกปรก คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/มือถือ/

3
รถ ยานพาหนะ / มอเตอร์เอ็กโป จัดงาน 29 พ.ย. – 10 ธ.ค. 61
« เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2018, 07:00:40 PM »
MOTOR EXPO 2018 เปิดจองพื้นที่จัดแสดง ผู้ประกอบการเข้าร่วมคึกคัก เปรยไฮไลท์ รถรุ่นล่าสุด ทั้งที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย ในอาเซียน ในเอเชีย และในโลก

วันที่ 5 มิถุนายน 2561 นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 หรือ Motor Expo 2018 เปิดเผยว่า “บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ให้ความสนใจจองพื้นที่งานปีนี้มากเป็นพิเศษ เนื่องจากตลาดรถยนต์กำลังเติบโตต่อเนื่อง โดยสี่เดือนแรกของปีนี้มียอดจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้นกว่า 15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”

ไฮไลท์ของงานได้แก่ การจัดแสดงรถแนวคิดและรถรุ่นล่าสุด ทั้งที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย ในอาเซียน ในเอเชีย และในโลก

โดยภาพรวมจะเน้นยานยนต์ที่มีเทคโนโลยีสูง และสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจแก่บรรดาคนรักรถ ตามแนวคิด “ขับสนุก! ก่อนยุคไร้คนขับ – Enjoy Driving! Before Driverless Era”

“ยอดจองรถยนต์ภายในงานตั้งเป้าไว้ที่ 45,000 คัน รถจักรยานยนต์ 8,000 คัน ส่วนจำนวนผู้ชมคาดว่าจะสูงถึง 1.5 ล้านคน สร้างเงินหมุนเวียน 55,000 ล้านบาท” ขวัญชัย กล่าวเพิ่มเติม

มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 หรือ Motor Expo 2018 มีพื้นที่จัดงานรวมทั้งสิ้น 80,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 60,000 ตารางเมตร สำหรับแสดงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง และภายนอกอาคารอีก 20,000 ตารางเมตร สำหรับจัดกิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ โดยผังพื้นที่ใกล้เคียงกับงานปีที่ผ่านมา



4
การที่ใช้บริการย้ายของเมื่อเรามีปริมาณสินค้าที่เยอะและต้องใช้บริการรถรับจ้างขนาดใหญ่ อาทิ รถหกล้อรับจ้าง ที่ได้มาตรฐานและคุ้มค่าเงินที่เราจ่ายไป เราจะมีวิธีการอย่างไรในการจัดการกับต้นทุนค่าใช้จ่ายให้เหมาะสม เพราะเรารู้ดีอยู่แล้วว่า ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการ รถรับจ้าง เป็นจำนวนมากและให้บริการ รับจ้างขนของ อยู่หลายแบบ เช่น

ย้ายบ้าน ขนย้ายของ ขนย้ายทั่วไป รับจ้างขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ ขนย้ายสำนักงาน ขนย้ายหอพัก และยังบริการ รถรับจ้างทั่วไป ที่พร้อมขนของทุกชนิด เมื่อมีตัวเลือกที่มากมาย เราก็ควรที่จะเป็นฝ่ายเลือกใช้ผู้ให้บริการเช่นเดียวกัน ต้องบอกก่อนเลยว่า รถขนของ ที่คุณกำลังมองหาจะต้องมีสเปคและมีความรับผิดชอบอย่างไรบ้าง หากเราจะมอง รถหกล้อรับจ้างขนของ ที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้น โดยเฉพาะ งานบริการที่ต้องขนย้ายของในปริมาณที่มากแต่ราคาไม่แพงซึ่งเรามาพิจารณากันดูว่า รถ 6 ล้อรับจ้าง แต่ละคันมีลักษณะและ พื้นที่สำหรับการขนย้ายของที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. รถ 6 ล้อรับจ้างขนาดเล็ก ซึ่งจะเป็นรถ 6 ล้อที่มีขนาด กว้าง 2 เมตร ยาว 5 – 5.5 เมตร สูง 2.1 เมตร ซึ่งรถ 6 ล้อที่มีขนาดเล็กนี้ จะสามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากถึง 9 ตัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของตัวรถในแต่ละคัน งานส่วนใหญ่ที่ให้บริการก็อาจจะเป็นงาน ขนย้ายเครื่องจักร ขนย้ายสินค้าทางการเกษตร ขนย้ายวัสดุก่อสร้าง ขนย้ายไซต์งานก่อสร้าง หรืออาจจะมีงานที่เป็น ขนย้ายบ้าน รับย้ายบ้าน ที่มีขนาดเล็ก ย้ายหอพักก็ได้เช่นเดียวกัน เป็นต้น

2. รถ 6 ล้อรับจ้างขนของขนาดกลาง ซึ่งรถ 6 ล้อ รับจ้าง size นี้จะมีขนาดความ กว้าง 2.2 เมตร-2.3 เมตร ความยาวของกระบะ 6.5 เมตร ความสูง 2.3 เมตร รถ 6 ล้อขนาดนี้จะสามารถบรรทุกสินค้าได้ประมาณไม่เกิน 7 ตัน ส่วนใหญ่งานที่ให้บริการเป็นหลักนั่นคือ งาน รับขนย้ายบ้าน ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ ขนย้ายสำนักงาน รับจ้างขนของงานโรงงาน ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค รับจ้างขนย้ายของทั่วไป ซึ่งถือได้ว่า รถหกล้อรับจ้าง ขนาดนี้ เป็นรถ 6 ล้อที่อเนกประสงค์มาก โดยผู้ใช้บริการสามารถที่จะขนย้ายของได้หลากหลายชนิด ถือว่าเป็นรถขนาดที่นิยมในการขนย้ายของเป็นจำนวนมาก

3. รถ 6 ล้อรับจ้างขนาดใหญ่ ซึ่งรถหกล้อรับจ้างขนของชนิดนี้จะมีขนาดความกว้างประมาณ 2.4เมตร – 2.5 เมตร ความยาว 7.2 เมตร และความสูง 2.4 ถึง 2.5 เมตร ลักษณะงานที่ให้บริการส่วนใหญ่แล้วจะเป็นรถลักษณะ หกล้อรับจ้าง ตู้ทึบ ซึ่งจะวิ่งให้บริการงานขนย้ายของให้กับบริษัท โรงงาน ขนย้ายสินค้าในรูปของกล่องที่มีการจัดเรียงที่เป็นระเบียบ แต่หากเป็น รถหกล้อรับจ้างขนของ ที่เป็นคอกสูง ก็จะนำมาใช้งานในการ ย้ายบ้าน ที่มีปริมาณของที่เยอะมากหรือบ้านหลังใหญ่ ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ ขนย้ายสำนักงาน และ รับจ้างขนของ ที่มีปริมาณมากพอสมควร ซึ่ง รถขนของ ชนิดนี้จะ ใช้งาน ขนย้ายตามลักษณะงานที่มีความเฉพาะเจาะจงและน้ำหนักการบรรทุกอยู่ที่ไม่เกิน 6 ตัน


หา รถรับจ้างขนของ เที่ยวกลับราคาถูก คุณจะติดต่อยังไงเรามีวิธี คลิ๊กที่นี่ http://www.rodrubjang-thailand.com/category/623

5
ความอ้วน นี่ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ ยิ่งถ้าเห็นของอร่อยดูน่ากินแล้วล่ะก็ ต้องรีบวิ่งเข้าหาอย่างฉับไว และบอกกับตัวเองเสมอว่าเดี๋ยวค่อยลด แต่สำหรับบางคนที่คิดว่าการอดอาหารเป็นทางออกที่ดี ขอบอกเลยว่านั่นไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาเลย เป็นการทรมานตัวเองซะเปล่า วันนี้ Parpaikin มีเคล็ดลับการกินที่ทำให้คุณไม่อ้วน โดยที่คุณไม่ต้องอดอาหารมาฝากค่ะ

เคล็ดลับการกินที่ปราศจากความอ้วน
1.โปรตีน
เรียกได้ว่าเป็นสารอาหารสำคัญ มีหน้าที่ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อในร่างกายให้มากขึ้น ในกลุ่มคนที่ออกกำลังกาย และกลุ่มคนลดน้ำหนัก ควรได้รับอย่างน้อยไม่เกินวันละ 2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เราสามารถหาแหล่งโปรตีนได้จากเนื้อสัตว์ทุกชนิด และเป็นเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน มีปริมาณไขมันน้อย เช่น อกไก่ สันในไก่ เนื้อปลา ไข่ขาว นม เป็นต้น

2.คาร์โบไฮเดรต
เป็นแหล่งพลังงานจำเป็น ต้องได้รับการควบคุม สามารถพบได้ในข้าว แป้ง น้ำตาล ผัก และผลไม้ การรับประทานจะต้องอยู่ในสัดส่วนที่เพียงพอ ไม่มากหรือน้อยเกินไป หากได้รับน้อยเกินไปจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ ไม่มีแรง รู้สึกไม่สดชื่น แต่หากได้รับมากเกินไปจะลดประสิทธิภาพของการลดน้ำหนัก ดังนั้น ควรทานในปริมาณน้อยลงมาจากปกติ 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ร่างกายดึงเอาไปใช้เป็นพลังงานได้หมดแบบไม่เหลือเก็บ หากเหลือเก็บไว้ มันจะแปรสภาพสะสมกลายเป็นชั้นไขมันที่เข้าไปอยู่ตามชั้นผิวหนัง หรือตับ โดยเฉพาะหน้าท้อง ทำให้มีขนาดร่างกายขยายใหญ่มากขึ้นนั่นเอง

3.ไขมัน
สำหรับไขมัน เป็นส่วนที่จำเป็นมากสำหรับคนที่ไม่อยากอ้วน ส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าไขมันเป็นสารอาหารต้องห้าม หลีกเลี่ยงกันจนทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร ที่เราหวาดกลัวไขมันนั่นเป็นเพราะแหล่งพลังงานแรกที่ร่างกายจะนำไปใช้สำหรับการเผาผลาญมาจากคาร์โบไฮเดรตก่อน เมื่อพลังงานไม่เพียงพอจึงจะดึงเอาไขมันมาใช้ โดยโปรตีนจะเป็นลำดับสุดท้ายที่จะถูกดึงออกมาเมื่อร่างกายเข้าสู่สภาวะขาดสารอาหารอย่างหนัก แต่ไขมันที่เลือกกิน ควรเป็นไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันจากปลา น้ำมันจากพืช และหลีกเลี่ยงไขมันที่มาจากอาหารจำพวกของทอด และไขมันจากเนื้อสัตว์

4.วิตามินและเกลือแร่
ร่างกายต้องการวิตามิน และเกลือแร่เช่นเดียวกับอาหาร ดังนั้น หากร่างกายเลือกกินอาหารครบ 5 หมู่ อย่างเพียงพอ ก็จะได้รับวิตามินและเกลือแร่ตามความจำเป็นอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องใช้อาหารเสริมใดๆ มาเป็นตัวช่วย ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะเข้าไปทำหน้าที่ช่วยเสริมสร้างส่วนต่างๆ ของร่างกายให้แข็งแรง ปรับสมดุลร่างกาย และยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไปในตัวอีกด้วย


อาหารลดน้ำหนัก เคล็ดลับกินอย่างไรไม่ให้อ้วน คลิ๊กที่นี่ http://thetastefood.com/อาหารลดน้ำหนัก/

6
เมื่อพูดถึงอาหาร 5 หมู่เราต่างก็รู้ว่ามีความจำเป็นต่อการเลือกรับประทานอาหารในทุกๆวัน แต่เชื่อเถอะว่าหลายคนยังจำหรือแยกไม่ได้ท่องได้ไม่ครบ 5 หมู่ หรือคืนครูไปหมดแล้ว วันนี้ทางเราจึงได้ทำการพูดถึงเรื่องอาหาร 5 หมู่สักหน่อย ว่ามีอะไรบ้างและมีประโยชน์อย่างไร ไปดูกันเลย

1.โปรตีน เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว โปรตีน ถือว่าเป็นธาตุอาหารที่สำคัญที่สุดในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โปรตีน เป็นสารอินทรีย์ ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ของ สายยาวของกรดอะมิโน (amino acid) ในแง่โภชนาการ โปรตีนเป็นสารอาหาร ที่ให้พลังงาน โปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี (calorie) โปรตีนเป็นส่วนประกอบของร่างกาย ที่มีปริมาณมากเป็นอันดับสองรองจากน้ำ โดยเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของเซลสิ่งมีชีวิต เช่น เอนไซม์ (enzyme) ฮอร์โมน ซึ่งจำเป็นต่อการทำงาน และการดำรงชีวิต มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการเสริมสร้างเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอของสัตว์

ประโยชน์ของโปรตีน : ช่วนในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างกระดูก กล้ามเนื้อ น้ำย่อย ฮอร์โมน
– ประโยชน์ต่อเซลล์ผิว มีหน้าที่สร้างใยคลอลาเจนใต้ชั้นผิวหนังในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น และช่วยเชื่อมประสานแต่ละเซลล์ให้ยืดติดกันเป็นเนื้อเดียว ทั้งช่วยปกป้องริ้วรอยก่อนวัยได้ และยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเซลล์ผมและเล็บของเราอีกด้วย
– ประโยชน์ต่อระบบกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อทุกมัดมีโครงสร้างพื้นฐานจากกรดอะมิโนหลากหลายชนิดเรียงร้อยกันเป็นมัดกล้าม ดังนั้นโปรตีนคุณภาพจึงมีความสำคัญในการสร้ามเนื้อให้แข็งแรง
– ประโยชน์ต่อการฟื้นตัวของร่างกายและระบบภูมิต้านทาน โปรตีนคุณภาพมีส่วนช่วยในการทดแทนเซลล์ที่สูญเสียไปในแต่ละวัน ช่วยลดกลไกการแข็งตัวของเลือด รวมทั้งเป็นส่วนประกอบหลักของภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วย


บริการด้านอาหาร : อาหารหลัก 5 หมู่ แต่ละหมู่มีอะไรสำคัญอย่างไร คลิ๊กที่นี่ http://snss.co.th/dt_post/catering-service/

7
อาหาร / ร้านอาหารดินเนอร์ แสนโรแมนติก
« เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2018, 12:52:54 PM »
หากใครกำลังมองหาร้านอาหารเย็นบรรยากาศดี๊ดี เหมาะกับการพาคนรู้ใจไปดินเนอร์ หรือพาเพื่อนไปแฮงเอ้าท์ วันนี้เรามีร้านสุดเก๋ อาหารอร่อย พร้อมวิวสวยงาม มาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ไปลิ้มลองบรรยากาศสุดฟิน จะมีที่ไหนบ้างไปดูกันค่ะ

1.Red Sky (โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์)
บาร์สูงเสียดฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ เหมาะมากสำหรับการนั่งรับประทานอาหารเย็นกับคนรู้ใจ สีสันแสงไฟยามค่ำคืนระยิบระยับรอบตึก ทำให้มองเห็นทัศนียภาพ 360 องศา อันสวยงามบนชั้น 55 เมื่อเลือกนั่งโซนเอ้าท์ดอร์ สมกับชื่อ Red Sky หรือจะนั่งภายในร้านก็หรูไม่เบา พร้อมจิบไวน์คุณภาพเยี่ยมจากทั่วทุกมุมโลกที่จับคู่มากับเมนูอร่อยสุดรังสรรค์โดยเชฟมากประสบการณ์ (โทร.02-100-6255)

2.In Love (ถนนกรุงเกษม ติดท่าเรือเทเวศน์)
ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศดีและโรเเมนติก เป็นอาคาร 2 ชั้น ตกแต่งเรียบง่าย เน้นเปิดโล่งรับลมจากเเม่น้ำเจ้าพระยา มองเห็นวิวสะพานพระราม 8 ได้ชัดเจน แนวดนตรีเป็นเพลงอะคูสติก ทำให้ที่นี่หวานเหมือนชื่อร้านเลยค่ะ เมนูเเนะนำที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ ห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน ไก่กระเพรากรอบ ปลากะพงทอดน้ำปลา แกงส้มชะอมชุบไข่ทอด และยำส้มโอไก่กรอบ แค่นี้ก็ทำเอาน้ำลายสอกันแล้วใช่ไหมคะ รอช้าอยู่ใย อาหารเย็นมื้อนี้ต้องรีบดิ่งไปที่ร้ายนี้แล้วค่ะ (โทร.02-281-2900)

3.Sirocco (โรงแรมเลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์)
สุดแสนโรแมนติกและน่าจดจำ ด้วยบรรยากาศชั้น 64 ของโรงแรม คุณจะได้เพลิดเพลินกับวิวสวยในมุมสูง ภายใต้บรรยากาศชวนฝัน มองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนและแสงดาวที่โอบกอดตัวคุณ พร้อมดนตรีแจ๊สบรรเลงขับกล่อมให้เคลิบเคลิ้ม อาหารที่นี่เสิร์ฟในสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน น่าลิ้มลองหลากหลายเมนู นอกจากนี้ยังมี Sky Bar บาร์รูปวงกลมที่สามารถเปลี่ยนสีได้ตามจังหวะดนตรี ตั้งโดดเด่นเอาใจสายดื่มสุดๆ เลยละคะ (โทร.02-624-9555)


ร้านอาหารดินเนอร์ แสนโรแมนติก คลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/ร้านอาหาร/

8
รูขุมขนกว้าง คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หน้าหมดสวย ดูไม่อ่อนเยาว์ เพราะผิวดูไม่ละเอียดเรียบเนียน แถมรูขุมขนที่กว้างนี่เองเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวขึ้นได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นแป้งทาหน้า ครีมรองพื้น หรือแม้แต่ฝุ่นละออง

เมื่อมาสัมผัสโดนเข้ากับผิวของเราก็จะเข้าแทรกซึมไปปิดรูขุมขนและอุดตันอยู่ในรูขุมขนอยู่เรื่อย ๆ เกิดเป็นการอักเสบของผิวและมีสิวได้ รูขุมขนที่กว้างก็ไม่ต่างอะไรกับกับดักสิ่งแปลกปลอมที่อยู่บนใบหน้านั่นเอง เคล็บลับกำจัด รูขุมขนกว้าง กระชับรูขุมขนไม่ยากลองทำกันดูแล้วจะพบว่า ผิวเนียนสวยขึ้น รูขุมขนเล็กลงจนต้องร้องว้าวเลย

1 รูขุมขนกว้าง ใช้น้ำเย็นล้างหน้า
รูขุมขนกว้าง ใช้น้ำที่มีอุณหภูมิเย็นสักหน่อยจะช่วยให้รูขุมขนหดตัวลง ตรงกันข้ามกับน้ำอุ่นที่จะเปิดให้รูขุมขนกว้างขึ้น ใครที่รูขุมขนกว้างลองสังเกตว่าตัวเองชอบใช้น้ำอุ่นล้างหน้าหรือเปล่า
ถ้าอยากมีรูขุมขนที่กระชับและผิวหน้าไม่มีริ้วรอยเต่งตึงขึ้น ให้ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น( แต่อย่าถึงกับเย็นจัด) ทุกวันเช้าหลังตื่นนอนและเย็นก่อนนอนวันละ 2 ครั้ง

2 รูขุมขนกว้าง ใช้อะไรดี ใช้โทนเนอร์
รูขุมขนกว้าง ใช้อะไรดี ผลิตภัณฑ์โทนเนอร์คือตัวช่วยที่คุณขาดไม่ได้ ถ้าคุณเป็นคนมีรูขุมขนกว้าง โทนเนอร์จะเข้าไปชำระสิ่งสกปรกในชั้นรูขุมขนที่กว้างอยู่ และกระชับให้รูขุมขนแคบลงได้
การล้างหน้าด้วยน้ำและผลิตภัณฑ์ล้างหน้าเท่านั้นไม่เพียงพออย่างแน่นอน ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าจะเข้าไปไม่ถึงข้างในรูขุมขนต่างจากโทนเนอร์

3 ถ้าไม่อยากให้รูขุมขนกว้าง อย่าปล่อยให้หน้ามันทั้งวัน
รูขุมขนกว้าง หน้ามัน มักจะเกิดกับคนที่มีผิวมัน ดังนั้นอย่าปล่อยให้หน้ามันเป็นอันขาด พกกระดาษซับหน้าไว้ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดปัญหาผิวมันอยู่เป็นประจำจะช่วยได้มาก เมื่อหน้ามันน้อยลงจะทำให้ดูแลเรื่องรูขุมขนได้ง่ายขึ้นมาก


วุฒิศักดิ์ 5 เคล็ด ( ไม่ลับ ) ขจัด รูขุมขนกว้าง ที่คุณควรรู้ คลิ๊กที่นี่ https://www.beautysanta.com/

9
การดัดฟันในเด็กเล็ก หรือในวัยที่กำลังเจริญเติบโตของใบหน้าและขากรรไกรเด็กที่มีคางเล็ก คางสั้น ถ้าจัดฟันด้วยการใส่เครื่องมือจัดฟันชนิดพิเศษอาจมีผลกระตุ้นการเจริญเติบโตของขากรรไกรทำให้เด็กที่มีคางเล็กมีคางมากขึ้นฟันที่ยื่นเหยินแบนลงทำให้คางดูเด่น ขณะเดียวกันใบหน้าก็ดูเรียวยาวขึ้นด้วยด้านเด็กที่มีฟันสบลึก ฟันหน้าบนคร่อมปิดฟันหน้าล่างการรักษาด้วยการจัดฟันจะทำให้ฟันสูงขึ้น จึงอาจเพิ่มความสูงให้ใบหน้าเล็กน้อยหรือแม้จะไม่ดัดฟันโครงหน้าก็เปลี่ยนอยู่ดีทำให้เข้าใจว่าดัดฟันแล้วโครงหน้าเปลี่ยนได้เช่นกัน

– ผู้ที่มีฟันยื่นมากๆอย่างชัดเจน เมื่อมาจัดฟันจะมีผลแน่นอนทั้งกับรูปหน้า รูปปากอาจทำให้จมูกดูเด่นขึ้นด้วย เนื่องจากฟันไม่ยื่นแข่งกับจมูกซึ่งจมูกไม่ได้มีความโด่งขึ้นแต่อย่างใด แต่ให้ความรู้สึกเหมือน จัดฟันแล้วจมูกโด่งขึ้นเพราะฟันหน้าที่ยื่นออกมาหุบลงไป

– บางคนอาจ ได้รับผลกระทบจากเครื่องมือจัดฟัน ที่ทำให้เคี้ยวอาหารไม่สะดวกการใช้งานลดลง จึงทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามเล็กลง รูปหน้าก็มีโอกาสเล็กลงได้เพราะกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานนานๆจะมีการหดตัวเป็นเรื่องธรรมดา ระยะเวลา 2-3ปีของการจัดฟันนั้นนานพอที่จะทำให้กล้ามเนื้อเล็กลงจนแก้มดูเล็กเรียวลงแต่เมื่อดัดฟันเสร็จ กลับมาใช้งานกรามได้ปกติ รูปหน้าก็จะกลับไปเหมือนเดิมอีก

– การทานอาหารได้น้อยลง ก็มีส่วนทำให้หน้าเรียวเนื่องจากผู้ที่ทำการจัดฟันจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารไปทานได้น้อยลง ทานของจุกจิกไม่ค่อยได้ จากเครื่องมือต่างๆที่ติดอยู่ที่ฟันหลายคนที่จัดฟันจึงมีนํ้าหนักตัวลดลงในช่วงแรก ใบหน้าก็จะผอมลงตอบลงไปด้วย

– กรณีผุ้ที่ดัดฟัน แก้ปัญหาฟันหน้าสบกัน แบบฟันบนสบฟันล่างสนิทเมื่อดัดเสร็จแล้วจะทำให้หน้าดูยาวขึ้น เนื่องจากฟันไม่สบกันเหมือนเดิมอีกต่อไป

ดังนั้น ผู้ที่ต้องการจะจัดฟันหน้าเรียวจะต้องมีการเตรียมตัวตรวจในเรื่องของสุขภาพช่องปาก ว่าตัวเองมีฟันเกฟันยื่นเหยิน ฟันไม่สบกัน หรือมีปัญหาอาการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดหรือไม่จากนั้นก็ต้องปรึกษากับทันตแพทย์เพื่อให้เริ่มการตรวจวินิจฉัยว่าความผิดปกติเหล่านั้นจะต้องแก้ไขด้วยการจัดฟันหรือไม่

จัดฟันให้หน้าเรียว แต่ในกรณีของผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องฟันเลย เพียงต้องการจัดฟันให้หน้าเรียว เฉยๆก็ต้องปรึกษากับทันตแพทย์ใหม่มากหน่อยว่าหากทำแล้วมีโอกาสที่จะได้ผลมากน้อยเพียงใด และจะมีผลกระทบอื่นๆหรือไม่


ดัดฟันบางนา จัดฟันหน้าเรียว ทำให้ดั้งโด่ง ได้จริงหรือไม่ คลิ๊กที่นี่ https://www.idolsmiledental.com/ดัดฟันบางนา/

10
อสังหาริมทรัพย์ / ฉนวนกันเสียง สำคัญอย่างไร
« เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2018, 11:12:46 AM »
ฉนวนกันเสียง สำคัญมากสำหรับผู้อยู่อาศัยหรือผู้ใช้งานอาคาร โรงงานหรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆที่ประสบปัญหาด้านเสียง ทั้งเรื่องเสียงดังเกินกว่ากฎหมายกำหนด เสียงก้อง และ เสียงสะท้อนภายในอาคาร

เสียงจากการทำงานของเครื่องจักรในโรงงาน และเสียงรบกวนภายในห้องอัดเสียง หรือ ห้องบันทึกเทปโทรทัศน์ เป็นต้น ฉนวนกันเสียงที่ดี และได้รับการออกแบบไว้อย่างถูกต้อง จะช่วยลด ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียง ให้หมดไป หรือลดน้อยลงไปจนรู้สึกได้

การดูดซับเสียงหรือการควบคุมเสียงสะท้อน (Sound Absorption) การออกแบบห้องที่ต้องการลดเสียงสะท้อน เช่น ห้องประชุม, โรงละคร, โรงภาพยนตร์, ห้องบรรยาย, ห้องดูหนัง – ฟังเพลง, ห้องคาราโอเกะ

หากมีเสียงสะท้อน หรือเสียงก้องเกิดขี้น จะทำให้ประสิทธิภาพของเสียงที่หูของผู้ฟังได้ยินอาจลดประสิทธิภาพลงไป ดังนั้นต้องออกแบบให้มีวัสดุที่สามารถดูดซับเสียงได้ดี เพื่อป้องกันเสียงที่มากระทบฝ้าเพดาน พื้น ผนัง โดยสามารถดูได้จากค่า NRC ซึ่งเป็นค่าที่ระบุความสามารถการดูดซับเสียงของวัสดุต่าง ๆ
วัสดุทุกชนิดสามารถดูดซับเสียงได้ในระดับที่แตกต่างกันไป เมื่อคลื่นเสียงวิ่งกระทบวัสดุ จะมีบางส่วนของพลังงานเสียงถูกดูดซับและที่เหลือจะสะท้อนออกไป และเสียงที่สะท้อนออกไปนั้นจะมีพลังงานน้อยกว่าแหล่งกำเนิดเสียงเสมอ และพลังงานเสียงที่ถูกดูดซับเข้าไปจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานรูปอื่น โดยทั่วไปจะเป็นความร้อน และจำนวนพลังงานที่ถูกดูดซับเข้าไปจะถูกแสดงในรูปของสัมประสิทธิ์การดูดซับเสียง (Sound Absorption Coefficient) คือค่าที่แสดงความสามารถในการดูดซับเสียงของวัสดุ ถ้าหากใช้วัสดุที่ดูดซับเสียงไม่ดีจะทำให้เกิดเสียงก้องภายในห้องนั้น ๆ ได้


ฉนวนกันเสียง สำคัญอย่างไร คลิ๊กที่นี่ https://www.noisecontrol.company/

11
ประโยชน์ของน้ำยาล้างจาน ที่ไม่ได้มีดีแค่ใช้ล้างถ้วยชาม ด้วยประโยชน์รอบด้านดังต่อไปนี้ของน้ำยาล้างจาน ที่จะทำให้หลายคนต้องทึ่งเลยล่ะ

ถ้าใต้ซิงค์ล้างจานที่บ้านเต็มไปด้วยน้ำยากำจัดคราบสารพัดอย่าง ลองเรียกคืนพื้นที่ด้วยการใช้น้ำยาล้างจานแค่เพียงขวดเดียวดูสิคะ เพราะน้ำยาล้างจานไม่ได้มีประโยชน์แค่กำจัดคราบให้เครื่องครัวของเราเท่านั้น แต่ยังทำได้อีกมากมาย จนรู้แล้วต้องร้องว้าวเลยล่ะ ถ้าอยากรู้ว่าใช้ทำอะไรได้บ้าง ก็ตามมาดูเลยค่ะ

1. กำจัดคราบมันบนเสื้อผ้า

ถ้าคุณบังเอิญทำอาหารมัน ๆ หกเปื้อนเสื้อผ้า ให้ถูน้ำยาล้างจานเล็กน้อยลงบนคราบนั้น แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า (วิธีนี้ได้ผลดีกับรอยเปื้อนที่คอเสื้อด้วยเช่นกัน) โดยส่วนผสมในน้ำยาล้างจานอ่อนโยนพอที่จะกำจัดคราบบนผ้า รวมไปถึงผ้าขนสัตว์และผ้าไหมที่ซักได้ เพราะไม่ไปทำลายเนื้อผ้า เหมือนกับผงซักฟอกที่ใช้สารเอนไซม์ในการขจัดคราบนั่นเองค่ะ

2. ทำความสะอาดพื้นห้องครัวและพื้นห้องน้ำ

โดยเติมน้ำยาล้างจาน 2 ช้อนโต๊ะ ลงในถังน้ำอุ่น แล้วใช้ทำความสะอาดพื้นไวนิลหรือพื้นกระเบื้อง อย่างไรก็ตามให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ทำจากไม้นะคะ เพราะส่วนผสมอาจทำให้แผ่นไม้ผิดรูปได้

3. ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์นอกบ้าน

หยดน้ำยาล้างจานลงในชามน้ำอุ่น จากนั้นใช้เช็ดทำความสะอาดโต๊ะและเก้าอี้ในสวน จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด คราบฝุ่นและร่องรอยต่าง ๆ ก็จะหมดไป

4. เพิ่มประกายให้เครื่องประดับ

หยดน้ำยาล้างจานลงในน้ำโซดาเพื่อใช้ทำความสะอาดเครื่องประดับชิ้นเล็ก ๆ โดยฟองฟู่ในโซดาจะช่วยกำจัดความสกปรก และช่วยให้น้ำยาล้างจานเข้าไปยังซอกมุมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น โดยวิธีการคือ ผสมน้ำโซดาและน้ำยาล้างจานในชามใบพอประมาณ จากนั้นแช่เครื่องประดับนาน 5 นาที จากนั้นนำมาแกว่งในน้ำสบู่ แล้วใช้แปรงสีฟันขัดคราบที่ยังติดแน่นออก


ประโยชน์รอบด้าน จาก น้ำยาทำความสะอาด แค่ขวดเดียว คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/น้ำยาทำความสะอาด/

12
เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านก็ต้องการความรัก และการดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับคน ซึ่งเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเรามาเริ่มดูแลสิ่งของอันมีค่าเพื่อให้มันอยู่กับเราได้อย่างยาวนานกันดีกว่าค่ะ

เชื่อได้เลยว่าบ้านทุกหลัง ทุกหอพัก ของเพื่อนๆ จะต้องมี เฟอร์นิเจอร์ ไว้ประดับตกแต่งห้อง ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะ โซฟา แต่พอใช้นานวันเข้าก็เริ่มเก่า เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน รวมถึงปัจจัยอื่นที่มีผล เช่น ฝุ่นที่มาเกาะ หรือแม้กระทั่งเราทำอาหาร-น้ำดื่มหกใส่ จึงทำให้เกิดคราบสกปรกมากมาย ส่งผลให้อายุการใช้งานถดถอยลง จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถยืดอายุการใช้งานให้พวกข้าวของเครื่องใช้พวกนี้ได้ แล้วจะมีวิธีการดูแลอย่างไรบ้างเราไปดูกันค่ะ

เฟอร์นิเจอร์01

1. แบบหนังแท้

เฟอร์นิเจอร์หนังโดยปกติแล้วจะมีอายุการใช้งานยาวนาน เพราะมีคุณสมบัติในเรื่องของความทนทานมากกว่าวัสดุประเภทอื่น เพียงคุณดูแลให้ดี ก็จะยิ่งเป็นวัสดุอายุยืนยาวขึ้นไปอีก หากเครื่องหนังของคุณอยู่ในห้องปรับอากาศ ก็ไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษามากนัก แต่ถ้ามันถูกตากแดดล่ะก็ ความร้อนจากแดดจะทำให้หนังเสื่อมสภาพเร็ว เราจึงควรบำรุงรักษาด้วยการเคลือบน้ำยาป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดรอยแห้ง และแตกลายจากการถูกใช้งานเป็นประจำ เช่น พนักพิงศีรษะ ท้าวแขน บริเวณเหล่านี้จะเกิดการหมักหมมของเหงื่อ และสิ่งสกปรกได้ง่าย จึงต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาด ประมาณปีละครั้งก็เพียงพอ สำหรับการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่ใช่เฉพาะเครื่องหนัง ไม่ควรนำมาใช้ร่วมกัน เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายได้

ส่วนการดูแลเฟอร์นิเจอร์หนังกลับ จะต้องใช้การดูแลรักษามากกว่าหนังแท้ เพราะหนังกลับจะเก็บความสกปรกไว้ได้มากที่สุด วิธีการทำความสะอาด ให้ใช้แปรงขนสีดำค่อนข้างแข็ง แปรงไปในทางเดียวกัน แต่หากเกิดรอยเปื้อนมาก ให้ใช้แปรงสีฟันจุ่มลงน้ำสบู่พอหมาดๆ แล้วแปรงบริเวณรอยเปื้อนไปในทางเดียวกัน จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดเช็ดออกอีกครั้ง ทำความสะอาดประมาณ 1-2 อาทิตย์ ต่อครั้งค่ะ

2. แบบบุผ้า

เป็นวัสดุที่ดูบอบบาง มักนิยมนำมาตกแต่งมุมนั่งเล่นเอ้าท์ดอร์ เพราะให้ความรู้สึกนุ่มสบาย เข้ากับการพักผ่อนในสวนเป็นอย่างดี ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อย คือ ความสกปรกที่เกิดจากการสะสมของฝุ่นละออง ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์เสื่อมสภาพและสีจางลงได้รวดเร็ว จึงควรทำสะอาดด้วยการดูดฝุ่นเป็นประจำ ถ้าเป็นคราบเปื้อน ให้ใช้แปรงขนนุ่มหรือฟองน้ำ ชุบน้ำสบู่อ่อนๆ ขัดเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด รวมถึงเคลือบน้ำยาที่มีคุณสมบัติในการป้องกันของเหลว เพื่อเลี่ยงปัญหาสิ่งสกปรกฝังติดอยู่ในเฟอร์นิเจอร์

ยืดอายุการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ไม่ยากอย่างที่คิด! คลิ๊กที่นี่ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านก็ต้องการความรัก และการดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกับคน ซึ่งเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทก็มีวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป ดังนั้นเรามาเริ่มดูแลสิ่งของอันมีค่าเพื่อให้มันอยู่กับเราได้อย่างยาวนานกันดีกว่าค่ะ

เชื่อได้เลยว่าบ้านทุกหลัง ทุกหอพัก ของเพื่อนๆ จะต้องมี เฟอร์นิเจอร์ ไว้ประดับตกแต่งห้อง ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะ โซฟา แต่พอใช้นานวันเข้าก็เริ่มเก่า เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน รวมถึงปัจจัยอื่นที่มีผล เช่น ฝุ่นที่มาเกาะ หรือแม้กระทั่งเราทำอาหาร-น้ำดื่มหกใส่ จึงทำให้เกิดคราบสกปรกมากมาย ส่งผลให้อายุการใช้งานถดถอยลง จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถยืดอายุการใช้งานให้พวกข้าวของเครื่องใช้พวกนี้ได้ แล้วจะมีวิธีการดูแลอย่างไรบ้างเราไปดูกันค่ะ

เฟอร์นิเจอร์01

1. แบบหนังแท้

เฟอร์นิเจอร์หนังโดยปกติแล้วจะมีอายุการใช้งานยาวนาน เพราะมีคุณสมบัติในเรื่องของความทนทานมากกว่าวัสดุประเภทอื่น เพียงคุณดูแลให้ดี ก็จะยิ่งเป็นวัสดุอายุยืนยาวขึ้นไปอีก หากเครื่องหนังของคุณอยู่ในห้องปรับอากาศ ก็ไม่จำเป็นต้องบำรุงรักษามากนัก แต่ถ้ามันถูกตากแดดล่ะก็ ความร้อนจากแดดจะทำให้หนังเสื่อมสภาพเร็ว เราจึงควรบำรุงรักษาด้วยการเคลือบน้ำยาป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดรอยแห้ง และแตกลายจากการถูกใช้งานเป็นประจำ เช่น พนักพิงศีรษะ ท้าวแขน บริเวณเหล่านี้จะเกิดการหมักหมมของเหงื่อ และสิ่งสกปรกได้ง่าย จึงต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาด ประมาณปีละครั้งก็เพียงพอ สำหรับการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่ใช่เฉพาะเครื่องหนัง ไม่ควรนำมาใช้ร่วมกัน เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายได้

ส่วนการดูแลเฟอร์นิเจอร์หนังกลับ จะต้องใช้การดูแลรักษามากกว่าหนังแท้ เพราะหนังกลับจะเก็บความสกปรกไว้ได้มากที่สุด วิธีการทำความสะอาด ให้ใช้แปรงขนสีดำค่อนข้างแข็ง แปรงไปในทางเดียวกัน แต่หากเกิดรอยเปื้อนมาก ให้ใช้แปรงสีฟันจุ่มลงน้ำสบู่พอหมาดๆ แล้วแปรงบริเวณรอยเปื้อนไปในทางเดียวกัน จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดเช็ดออกอีกครั้ง ทำความสะอาดประมาณ 1-2 อาทิตย์ ต่อครั้งค่ะ

2. แบบบุผ้า

เป็นวัสดุที่ดูบอบบาง มักนิยมนำมาตกแต่งมุมนั่งเล่นเอ้าท์ดอร์ เพราะให้ความรู้สึกนุ่มสบาย เข้ากับการพักผ่อนในสวนเป็นอย่างดี ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อย คือ ความสกปรกที่เกิดจากการสะสมของฝุ่นละออง ส่งผลให้เฟอร์นิเจอร์เสื่อมสภาพและสีจางลงได้รวดเร็ว จึงควรทำสะอาดด้วยการดูดฝุ่นเป็นประจำ ถ้าเป็นคราบเปื้อน ให้ใช้แปรงขนนุ่มหรือฟองน้ำ ชุบน้ำสบู่อ่อนๆ ขัดเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด รวมถึงเคลือบน้ำยาที่มีคุณสมบัติในการป้องกันของเหลว เพื่อเลี่ยงปัญหาสิ่งสกปรกฝังติดอยู่ในเฟอร์นิเจอร์


ยืดอายุการใช้งานเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน ไม่ยากอย่างที่คิด! คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/เฟอร์นิเจอร์/

13
เอาใจหนุ่มๆ นักท่องราตรี พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ผับ โคโยตี้ สวย พริตตี้ขาว น่าเช็คอินในกรุงเทพฯ ไปป่ะล่ะ! เอาใจหนุ่มๆ นักท่องราตรี พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ให้คุณได้สนุกกันทุกค่ำคืน แต่ละร้านบอกเลยว่า เห็นรูปแล้วน่าไปเช็คอินมาก

1.The Villa Pub

คลับสุดหรูแห่งย่านเหม่งจ๋าย ภายในร้านตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น กว้างขวาง และมีโซนให้ได้เลือกนั่งมากมาย สุขใจไปกับพริตตี้สาวสวยที่จะมารอต้อนรับคุณและเอนเตอร์เทนดูแลเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากโคโยตี้สุดเซ็กส์ซี่ที่จะทำให้คุณหัวใจกระชุ่มกระชวยตลอดทั้งคืนแบบแนบชิดติดขอบเวที

ที่ตั้ง : แยกเหม่งจ๋าย ถ.ประชาอุทิศ กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 20.00 – 02.00 น.

2.The Secret

ผับสุดหรูแห่งย่านเกษตร-นวมินทร์ ที่จะมีสาวๆ พริตตี้มารอต้อนรับและมอบความสุขให้กับคุณมากถึง 200 คน ภายในร้านมีการแบ่งโซนให้ได้เลือกนั่ง และดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงจากวงดนตรีคืนละ 3 วง

นอกจากนี้ยังมีโซนห้องคาราโอเกะ ที่เพียบโซนชิลเอาท์ โอเพ่นแอร์ในสไตล์เรสเทอรองท์ที่มีเมนูอาหารจานเด็ดทั้งอาหารไทย จีน ยุโรป และการแสดงจากวงดนตรีโฟล์คซองที่จะมาเคิมเต็มความสุขให้คุณในทุกๆ คืน

ที่ตั้ง : ถ.เกษตร-นวมินทร์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 21.00 – 03.00 น.

3.The Pimp

The PIMP คลับสุดหรูที่รอต้อนรับคุณด้วยพริตตี้สาวสวยหุ่นเซ็กซี่ที่พร้อมจะกระชากใจในค่ำคืนที่แสนพิเศษ ภายในร้านตกแต่งอย่างสวยงามหรูหรา พร้อมเวทีขนาดยักษ์และวงดนตรีระดับเทพที่จะมาบรรเลงเพลงดนตรีเพราะๆ และดื่มด่ำไปกับลีลาการเต้นสุดเร้าใจจากโคโยตี้สาวสวยที่พร้อมจะสะกดให้คุณหลงใหลและสนุกไปด้วยกัน หนุ่มๆ คนไหนที่กำลังหาสถานที่เช็คอินคืนนี้ต้องไปที่ The PIMP

ที่ตั้ง : แยกเหม่งจ๋าย ถ.ประชาอุทิศ กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 21.00 – 03.00 น.


พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ให้คุณได้สนุกกันยามค่ำคืน คลิ๊กที่นี่ http://tomorrowland.club/โคโยตี้/

14
หากคุณรักการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ เวลาไปไหนก็มักจะทำหน้าที่เป็นตากล้องให้เพื่อนเสมอ แต่ทุกครั้งที่ลั่นชัตเตอร์ก็ยังไม่ได้รูปสวยสมใจสักที จนมารู้ว่าแท้จริงแล้ว รูปจะสวยได้ “ เลนส์กล้อง ” ก็มีความสำคัญไม่น้อยเช่นกัน วันนี้เราจึงมีวิธีเลือกเลนส์ (สำหรับมือใหม่หัดถ่ายรูป) มาฝากค่ะ

ก่อนอื่นคุณต้องรู้ก่อนว่าชอบถ่ายรูปแบบไหน หรือชอบมุมมองการถ่ายรูปแบบใด เพราะว่าอารมณ์ในการถ่ายรูปของแต่ละคนนั้นย่อมแตกต่างกันไปค่ะ ดังนั้น คุณควรเลือกเลนส์ให้เหมาะกับสไตล์คุณมากที่สุด

1.เลนส์ปกติ (Normal Lens)
เหมาะกับการใช้ถ่ายรูปทั่วไป ภาพที่ได้จากเลนส์ชนิดนี้จะออกมาสมส่วน ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับสายตาที่เรามองวัตถุนั้นจริงๆ มือใหม่หัดถ่ายรูปควรมีติดไว้ เนื่องจากมีความยืดหยุ่น และคล่องตัวมากกว่าเลนส์กล้องแบบอื่นๆ

เลนส์กล้อง ถ่ายรูป

2.เลนส์มุมกว้าง (Wide Angle Lens)
เลนส์ชนิดนี้ให้ความชัดลึกมากกว่าเลนส์ปกติ เหมาะกับการถ่ายเก็บภาพระยะกว้าง เน้นลักษณะของวัตถุบางส่วน หรือข่มบางส่วนให้เป็นรอง แต่ข้อเสียของเลนส์มุมกว้างคือ ภาพที่ได้จะผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง

3.เลนส์มาโคร (Macro Lens)
เป็นเลนส์เฉพาะทางที่เหมาะสำหรับการถ่ายวัตถุที่มีขนาดเล็กมากๆ ถ้าต้องการเก็บรายละเอียดเพื่อให้คนเห็นวัตถุนั้นชัดเจน เช่น ดอกไม้ หรือแมลงต่างๆ หยิบมาใช้เลยค่ะ

4.เลนส์มุมแคบ (Narrow Angle Lens)
เรียกว่า เทเลโฟโต้ (Telephoto Lens) ก็ได้ มีความยาวโฟกัสยาวกว่าเลนส์ธรรมดา และมีมุมถ่ายภาพแคบมาก ภาพที่ได้จึงมีขนาดใหญ่กว่าภาพที่ถ่ายด้วยเลนส์ปกติ เหมาะสำหรับถ่ายภาพวัตถุที่อยู่ไกล ไม่สามารถเข้าไปถ่ายใกล้ๆ ได้เช่น สัตว์ที่เป็นอันตราย ข้อเสียของเลนส์ชนิดนี้คือ มีความชัดตื้น ดังนั้น เวลาปรับความคมชัดของภาพ ต้องพิถีพิถัน ไม่อย่างนั้นจะได้ภาพที่ไม่คมชัด


วิธีเลือกเลนส์กล้องให้เหมาะกับการถ่ายรูป คลิ๊กที่นี่ https://www.plawharn.com/category/it/

15
รถ ยานพาหนะ / รีวิว Mitsubishi Xpander GT
« เมื่อ: ตุลาคม 11, 2018, 02:51:56 PM »
Mitsubishi Xpander 2018 เป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นของปีนี้ที่หลายคนต่างเฝ้ารอ ด้วยดีไซน์ที่สวยแหวกแนว แถมยังเป็นเซ็กเม้นต์ใหม่ของมิตซูบิชิที่พยายามจะตีตลาดในบ้านเรา แต่ข้อกังขาที่ว่า Xpander มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร กับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด จะเพียงพอกับการใช้งานจริงหรือไม่นั้น เรามาพิสูจน์กันครับ

Mitsubishi Xpander 2018 ถูกเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ที่ประเทศอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของรถกลุ่มเอ็มพีวี ปัจจุบันเฉพาะประเทศอินโดนีเซียมียอดส่งมอบไปแล้วถึง 50,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ถือว่าเป็นรถที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดรุ่นหนึ่งของมิตซูบิชิเลยทีเดียว

สำหรับ Mitsubishi Xpander ในบ้านเราถูกวางไว้เป็นรถประเภทครอสโอเวอร์ ที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย (แม้ว่าในอินโดนีเซียจะถูกเรียกว่าเป็น MPV ก็ตามที) ซึ่งไม่ครอสโอเวอร์เพียงเฉพาะการใช้งานเท่านั้น แต่ยังรวมไปกลุ่มลูกค้าที่มิตซูบิชิตั้งเป้าหวังชิงส่วนแบ่งด้วย เพราะทางผู้บริหารเองตั้งเป้าให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มรถเอ็มพีวีรุ่นเล็กอย่าง Toyota Sienta และ Honda BR-V และยังหวังชิงส่วนแบ่งเล็กๆ จากกลุ่มเอสยูวีไซส์เล็กอย่าง Toyota C-HR และ Honda HR-V ด้วยที่กำลังมาแรงในปัจจุบันด้วย

     Mitsubishi Xpander 2018 จะวางจำหน่ายในบ้านเราจำนวน 2 รุ่นย่อย ได้แก่ GLS-LTD และ GT โดยรุ่น GT เป็นรุ่นท็อปสุด และมีความแตกต่างจากรุ่น GLS-LTD อยู่พอสมควร

มิติตัวถัง Mitsubishi Xpander 2018 รุ่น GT

ความยาว: 4,475 มม. (BR-V 4,456 Sienta 4,235)
ความกว้าง: 1,750 มม. (BR-V 1,735 Sienta 1,695)
ความสูง: 1,700 มม. (BR-V 1,666 Sienta 1,695)
ความยาวฐานล้อ: 2,775 มม. (BR-V 2,655 Sienta 2,750)
ความสูงจากพื้นถนน: 205 มม. (BR-V 201 Sienta 170)

     จะเห็นได้ว่ามิติตัวถังและความยาวฐานล้อของ Mitsubishi Xpander มีขนาดใหญ่กว่าคู่แข่งในระดับราคาเดียวกันทั้งหมด ขณะที่ความสูงจากพื้นถนนใกล้เคียงกับ Honda BR-V ขณะที่ Sienta ถูกวางให้เป็นเอ็มพีวีแท้ๆ จึงพ่ายไปในเรื่องการใช้งานแบบลุยๆ บนทางทุรกันดาร


รีวิว Mitsubishi Xpander GT คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/review/รถยนต์ใหม่-14-158/รีวิวรถยนต์/732/

หน้า: [1] 2 3 ... 17